คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3939/2541
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลในคดีอาญาพิพากษายกฟ้องจำเลย โดยให้เหตุผลว่ามีข้อสงสัยว่าจำเลยอาจไม่ได้กระทำความผิด และไม่ได้วินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นความรับผิดทางแพ่งของจำเลยนั้น ไม่ถือเป็นคำพิพากษาในประเด็นข้อพิพาททางแพ่ง จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำเมื่อมีการนำคดีมาฟ้องเป็นคดีแพ่งอีกครั้ง
เมื่อผู้ฝากทรัพย์ยังคงเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ฝากไว้ ผู้ฝากย่อมมีสิทธิติดตามเรียกคืนทรัพย์สินนั้นได้ตลอดเวลาที่ยังเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ฝากอยู่ การชดใช้ราคาเป็นเพียงขั้นตอนบังคับคดีเมื่อผู้รับฝากไม่สามารถคืนทรัพย์สินเดิมได้
ย่อคำพิพากษา
แม้ในคดีอาญาเรื่องก่อนพนักงานอัยการโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานยักยอกและมีคำขอให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่ผู้เสียหายด้วยก็ตาม แต่เมื่อในคำพิพากษาในคดีอาญาเรื่องนั้นวินิจฉัยว่า คดีมีเหตุอันควรสงสัยว่าจำเลยอาจไม่ได้เบียดบังข้าวเปลือกของโจทก์ จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้แก่จำเลยเมื่อไม่ได้วินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นที่ว่าจำเลยต้องรับผิดในทางแพ่งด้วยหรือไม่ การที่โจทก์นำคดีมาฟ้องจำเลยเพื่อให้รับผิดเป็นคดีแพ่งจึงไม่เป็นฟ้องซ้ำ ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 148
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยคืนข้าวเปลือกที่ฝากไว้ ถ้าคืนไม่ได้ให้ชดใช้ราคาข้าวเปลือก เป็นกรณีที่โจทก์ใช้สิทธิเรียกคืนทรัพย์ที่ฝากไว้ในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์ ไม่ใช่เรียกร้องให้จำเลยชำระค่าสินไหมทดแทน ดังนั้น เมื่อจำเลยยังไม่คืนทรัพย์ที่รับฝาก โจทก์ย่อมมีสิทธิติดตามเรียกคืนได้ตลอดเวลาที่ทรัพย์ดังกล่าวยังเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์อยู่ ส่วนการให้ชดใช้ราคานั้นเป็นขั้นตอนที่โจทก์จะขอบังคับคดีเอาแก่จำเลยเมื่อจำเลยคืนทรัพย์ที่ฝากไม่ได้เท่านั้น
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร · จำเลย - สหกรณ์การเกษตรจอมพระ จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อำนวย หมวดเมือง · ดำรุพงศ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา · พันธาวุธ ปาณิกบุตร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสุรินทร์ - นายสถาพร โคตรรักษา · ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ - นายธำรงศักดิ์ ขมะวรรณ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา