คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3992/2541
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากข้อเท็จจริงที่ได้ความในชั้นพิจารณาแตกต่างจากคำฟ้องแต่ไม่เป็นสาระสำคัญ และจำเลยมิได้หลงต่อสู้ ศาลจะลงโทษจำเลยในความผิดตามข้อเท็จจริงที่ได้ความนั้นได้ แม้จะต่างจากความผิดที่ฟ้องไว้ในตอนแรกก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ แต่ทางพิจารณาฟังได้ว่า จำเลยกระทำความผิดฐานรับของโจร ก็ไม่ถือว่าต่างกันในข้อสาระสำคัญและจำเลยมิได้หลงต่อสู้ ทั้งข้อเท็จจริงดังกล่าวศาลล่างทั้งสองก็ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วศาลฎีกามีอำนาจลงโทษจำเลยในความผิดฐานรับของโจรตามข้อเท็จจริงที่ได้ความได้ตาม ป.วิ.อ.มาตรา 192 วรรคสาม ไม่ถือว่าพิพากษาเกินคำฟ้อง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสุราษฎร์ธานี · จำเลย - นายสานิตย์ ไกรสิทธิ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมลักษณ์ จัดกระบวนพล · สมปอง เสนเนียม · อนันต์ โรจนเนืองนิตย์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี - นายสมศักดิ์ ผลส่ง · ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ - นายวิเทพ พัชรภิญโญพงศ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา