⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4003/2541

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4003/2541

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิดตามกฎหมายอาญา ย่อมตกเป็นของแผ่นดิน เว้นแต่เจ้าของที่แท้จริงจะร้องขอคืนต่อศาล

ย่อคำพิพากษา

รถจักรยานยนต์ของกลางที่ใช้แข่งขันกันตามถนนหลวงที่คนทั่วไปต้องใช้สัญจรไปมาเป็นทรัพย์สินที่จำเลยทั้งสองได้ใช้ในการกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33(1)การที่จำเลยทั้งสองได้ขับรถจักรยานยนต์ของกลางแข่งขันกันโดยฝ่าฝืนกฎหมายและคำสั่งของเจ้าพนักงานจราจรโดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนรำคาญและอาจเป็นอันตรายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของบุคคลอื่น เป็นพฤติการณ์ที่พึงริบรถจักรยานยนต์ของกลางแม้รถจักรยานยนต์ของกลางเป็นของบิดาจำเลยที่ 1 ซึ่งมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วย ก็เป็นเรื่องที่เจ้าของแท้จริงจะต้องร้องขอคืนของกลางต่อศาล ไม่เกี่ยวกับจำเลยที่ 1

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.33

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองได้ขับรถจักรยานยนต์แข่งขันกันบนถนนเทศบาล 1 โดยจำเลยทั้งสองมิได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากเจ้าพนักงานตามกฎหมาย เจ้าพนักงานจับจำเลยทั้งสองได้พร้อมรถจักรยานยนต์สองคันดังกล่าวเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 134, 160ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83 ริบรถจักรยานยนต์ของกลางและใช้วิธีการเพื่อความปลอดภัยแก่จำเลย จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 134, 160 ลงโทษจำคุกคนละ 2 เดือน ปรับคนละ 4,000 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 1 เดือน ปรับคนละ2,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ให้พักใช้ใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ของจำเลยทั้งสอง 2 เดือน และให้คุมความประพฤติจำเลยทั้งสองโดยให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก 3 เดือน เป็นเวลา 1 ปี และให้กระทำกิจกรรมบริการสาธารณประโยชน์ตามที่จำเลยและพนักงานคุมประพฤติเห็นสมควร เป็นเวลา 12 ชั่วโมง ส่วนของกลางยังไม่สมควรริบให้คืนเจ้าของ โจทก์อุทธรณ์ให้ใช้วิธีการเพื่อความปลอดภัยโดยทำทัณฑ์บนและริบของกลางโดยอัยการพิเศษประจำเขต 3 ซึ่งได้รับมอบหมายจากอัยการสูงสุดรับรองให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ริบรถจักรยานยนต์ของกลางด้วยนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ฎีกา โดยผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้วคดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยที่ 1 ว่า สมควรริบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อคาจีว่าของกลางหรือไม่ เห็นว่า รถจักรยานยนต์ของกลางที่ใช้แข่งขันเป็นทรัพย์สินที่จำเลยทั้งสองได้ใช้ในการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33(1) เมื่อปรากฏว่าถนนหลวงเป็นทางที่คนทั่วไปต้องใช้สัญจรไปมา จำเลยทั้งสองได้ขับรถจักรยานยนต์ของกลางแข่งขันกันโดยฝ่าฝืนกฎหมายและคำสั่งของเจ้าพนักงานจราจรโดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนรำคาญและอาจเป็นอันตรายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของบุคคลอื่น เป็นพฤติการณ์ที่ถึงริบรถจักรยานยนต์ของกลาง ที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า รถจักรยานยนต์ของกลางเป็นของบิดาจำเลยที่ 1 ซึ่งมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วย ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไม่ควรริบของกลางนั้นเห็นว่า เป็นเรื่องที่เจ้าของแท้จริงจะต้องร้องขอคืนของกลางต่อศาลไม่เกี่ยวกับจำเลยที่ 1 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ริบรถจักรยานยนต์ของกลางนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4003/2541 พนักงานอัยการ ประจำศาล แขวง สุรินทร์ โจทก์ นาย อดินันท์ วรศิริ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ ประจำศาล แขวง สุรินทร์ · จำเลย - นาย อดินันท์ วรศิริ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ณรงค์ศักดิ์ วิจิตรสาระวงศ์ · สันติ ทักราล · เรืองฤทธิ์ ศรีวรรธนะ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9275/2544ฎีกา 3416/2540ฎีกา 1554/2521ฎีกา 2437/2515ฎีกา 6293/2541ฎีกา 531/2510ฎีกา 8617/2547ฎีกา 1979/2521ฎีกา 3604/2533ฎีกา 4519/2544ฎีกา 5426/2536ฎีกา 4105/2541ฎีกา 2839/2516ฎีกา 595/2551ฎีกา 6703/2538ฎีกา 348/2508ฎีกา 1198/2543ฎีกา 2546/2530ฎีกา 3067/2530ฎีกา 12543/2553ฎีกา 3074/2537ฎีกา 1027/2485ฎีกา 8534/2544ฎีกา 1232/2547
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ