คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4086/2541
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การโอนสิทธิเรียกร้องตามสัญญาประกันภัยย่อมมีผลผูกพันผู้รับประกันภัยเมื่อผู้รับโอนได้แจ้งให้ผู้รับประกันภัยทราบแล้ว และผู้รับประกันภัยมิได้โต้แย้งคัดค้านการโอนนั้น
การโอนสิทธิการเช่าซื้อรถยนต์ให้แก่บุคคลอื่น ไม่ถือเป็นการโอนกรรมสิทธิ์ในรถยนต์ให้แก่บุคคลอื่นตามเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์
ย่อคำพิพากษา
โจทก์รับโอนสิทธิตามสัญญาเช่าซื้อรถยนต์และสัญญาประกันภัยจากว.โดยได้แจ้งให้ผู้ให้เช่าซื้อทราบ และผู้ให้เช่าซื้อได้แจ้งให้จำเลยผู้รับประกันภัยทราบแล้ว ถือได้ว่าโจทก์แจ้งให้จำเลยทราบถึงการโอนสิทธิตามสัญญาเช่าซื้อและสัญญาประกันภัยแล้ว เมื่อการโอนในกรณีนี้ ป.พ.พ.มาตรา 875 มิได้บังคับให้ทำเป็นหนังสือและจำเลยมิได้โต้แย้งคัดค้านการโอนสิทธิแต่อย่างใด ฉะนั้นสิทธิตามสัญญาประกันภัยจึงโอนไปยังโจทก์
ว.เพียงแต่โอนสิทธิการเช่าซื้อตามสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ให้แก่โจทก์เท่านั้น กรรมสิทธิ์ในรถยนต์คันดังกล่าวเป็นของบริษัท ส.ผู้ให้เช่าซึ่งมิได้เปลี่ยนไปยังโจทก์ จึงมิใช่กรณีผู้เอาประกันภัยโดนรถยนต์ให้บุคคลอื่นตามกรมธรรม์ประกันภัยข้อ 1.13 กรมธรรม์ประกันภัยจึงไม่สิ้นผล
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางสาวกานดา ประเสริฐพรชัย · จำเลย - บริษัทพิพัทธ์ประกันภัย จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สถิตย์ ไพเราะ · บุญธรรม อยู่พุก · ชวลิต ศรีสง่า |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายกิจชัย จิตธารารักษ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุธี เทพสิทธา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา