คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6209/2541
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
- ศาลอุทธรณ์ที่วินิจฉัยยืนตามศาลชั้นต้น โดยเห็นว่าศาลชั้นต้นใช้ดุลพินิจลงโทษเหมาะสมแล้ว แม้จะให้เหตุผลเพิ่มเติมโดยสรุปจากข้อเท็จจริงในสำนวน ถือว่าได้วินิจฉัยและแสดงเหตุผลโต้แย้งอุทธรณ์แล้ว
- ศาลฎีกามีอำนาจวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายในคดีที่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง เพื่อลงโทษจำเลยให้เหมาะสมแก่ความผิดได้
ย่อคำพิพากษา
แม้ศาลอุทธรณ์จะมิได้หยิบยกข้ออุทธรณ์ของจำเลยขึ้นวินิจฉัยโดยละเอียดในคำพิพากษา แต่เมื่อศาลอุทธรณ์ได้ใช้ดุลพินิจลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโดยเห็นว่าศาลชั้นต้นใช้ดุลพินิจในการลงโทษเหมาะสมแล้ว แม้จะให้เหตุผลประกอบเพิ่มเติมว่า การกระทำของจำเลยเป็นการมอมเมาประชาชน ก็เป็นเหตุผลที่ศาลสรุปจากข้อเท็จจริงที่รับฟังเป็นยุติจากในสำนวน มิใช่เป็นเรื่องการยกข้อเท็จจริงขึ้นใหม่อันเป็นการต้องห้าม ถือว่าศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยและแสดงเหตุผลโต้แย้งอุทธรณ์ของจำเลยแล้ว คำพิพากษาศาลอุทธรณ์จึงชอบด้วย ป.วิ.อ.มาตรา 186 แล้ว
แม้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้ลงโทษจำคุกจำเลยมีกำหนด 2 เดือน คดีจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ.มาตรา218 วรรคหนึ่ง ก็ตาม แต่เมื่อจำเลยฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายมาด้วย ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจวินิจฉัยลงโทษจำเลยให้เหมาะสมแก่ความผิดได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลแขวงสมุทรปราการ · จำเลย - นายวัฒนา คงทรัพย์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วุฒิ คราวุฒิ · สุพล พันธุมโน · กมล เพียรพิทักษ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแขวงสมุทรปราการ - นายพิเชษฐ์ วังศาบุตร · ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ - นายวิชัย แสงพลสิทธิ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา