คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6210/2541
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขอแก้คำให้การในคดีอาญาจะอนุญาตได้ต่อเมื่อมีเหตุอันควรตามกฎหมาย และเป็นดุลพินิจของศาล การยื่นคำร้องขอแก้คำให้การโดยไม่มีเหตุอันควรอาจถือเป็นการประวิงคดี
ย่อคำพิพากษา
แม้คดีอาญาจำเลยจะให้การหรือไม่เป็นสิทธิของจำเลยก็ตามแต่คดีนี้จำเลยได้ให้การไว้แล้วโดยให้การรับสารภาพตามฟ้องโจทก์ทุกประการ ซึ่งแสดงว่าจำเลยยอมรับว่าตนกระทำความผิดตามที่โจทก์กล่าวหามาในคำฟ้อง และการขอแก้คำให้การของจำเลย จำเลยสามารถยื่นคำร้องขอแก้คำให้การได้ต่อเมื่อมีเหตุอันควรตาม ป.วิ.อ.มาตรา 163 วรรคสอง เท่านั้น มิใช่เป็นไปตามอำเภอใจของจำเลย อีกทั้งเป็นดุลพินิจของศาลเห็นสมควรจึงอนุญาตให้แก้ได้ การที่จำเลยยื่นคำร้องขอแก้คำให้การในคดีนี้ เป็นที่เห็นได้ชัดว่า จำเลยกระทำเพื่อประวิงคดี จึงเป็นกรณีที่ไม่มีเหตุอันควร ที่ศาลล่างทั้งสองใช้ดุลพินิจไม่อนุญาตให้จำเลยแก้คำให้การจึงชอบแล้ว
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายปรีชา อุดมศิลป์ กับพวก · จำเลย - นางผวน แก้วสะแสน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ไพศาล เจริญวุฒิ · สมมาตร พรหมานุกูล · วิชิน สุขนทีธรรม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแขวงตลิ่งชัน - นายพรเทพ ศิริมหาพฤกษ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายณรงค์พล ทองจีน |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา