คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6233/2541
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเสพเมทแอมเฟตามีนและการมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นความผิดต่างกรรมต่างกัน แม้สารดังกล่าวจะเป็นชนิดเดียวกันและมีจำนวนเท่ากันก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยกระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน โดยจำเลยเสพเมทแอมเฟตามีนเข้าสู่ร่างกายด้วยวิธี สูดดมควันและมีเมทแอมเฟตามีนซึ่งติดอยู่ที่กระดาษตะกั่ว มีรอยเผาไหม้จำนวน 1 ชิ้น ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ฟ้องของโจทก์จึงเป็นกรณีที่ประสงค์ให้ลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องย่อมหมายความว่าจำเลยรับว่าได้กระทำความผิดทั้งสองกรรม ซึ่งเป็นความผิดต่างฐานกัน แม้เมทแอมเฟตามีนที่จำเลยเสพ และมีไว้ในครอบครองเป็นจำนวนเดียวกันก็ถือว่าการกระทำ ดังกล่าวเป็นความผิดสองกรรม หาใช่กรรมเดียวไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 ม.15 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 ม.57 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 ม.67 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 ม.91 คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกันกล่าวคือ จำเลยเสพเมทแอมเฟตามีนเข้าสู่ร่างกายด้วยวิธีสูดดมควันและจำเลยมีเมทแอมเฟตามีนติดอยู่ที่กระดาษตะกั่วมีรอยเผาไหม้จำนวน 1 ชิ้น ซึ่งไม่สามารถแยกคำนวณจำนวนปริมาณและน้ำหนักได้อันเป็นอุปกรณ์ในการเสพซึ่งเหลือจากการเสพไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมด้วยกระดาษตะกั่วมีรอยเผาไหม้ 1 ชิ้น และไฟแช็กแก๊ส 1 อันเป็นของกลาง ก่อนคดีนี้จำเลยเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกมีกำหนด 1 ปี รอการลงโทษมีกำหนด 2 ปีขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522มาตรา 4, 7, 8, 15, 57, 67, 91, 102 และให้ริบของกลางและบวกโทษจำคุกของจำเลยที่รอไว้
จำเลยให้การรับสารภาพและรับว่าเคยต้องโทษและรอการลงโทษจริงตามฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 57, 91 จำคุก 1 ปีตามมาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 67 จำคุก 1 ปี รวมจำคุก 2 ปีจำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี บวกโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้รวมจำคุกจำเลยมีกำหนด 2 ปี ริบของกลาง
จำเลยอุทธรณ์ว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียวและขอให้รอการลงโทษ
ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาข้อกฎหมายมาสู่ศาลฎีกาตามที่จำเลยฎีกาเพียงว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียวหรือไม่ ในปัญหานี้แม้ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ไม่ได้วินิจฉัยมาศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยไปเสียทีเดียวโดยไม่ต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัย เห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน โดยจำเลยเสพเมทแอมเฟตามีนเข้าสู่ร่างกายด้วยวิธีสูดดมควันและมีเมทแอมเฟตามีนซึ่งติดอยู่ที่กระดาษตะกั่วมีรอยเผาไหม้จำนวน 1 ชิ้น ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ฟ้องของโจทก์จึงเป็นกรณีที่ประสงค์ให้ลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องย่อมหมายความว่า จำเลยรับว่าได้กระทำความผิดทั้งสองกรรมซึ่งเป็นความผิดต่างฐานกันแม้เมทแอมเฟตามีนที่จำเลยเสพและมีไว้ในครอบครองเป็นจำนวนเดียวกันก็ถือว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดสองกรรม หาใช่กรรมเดียวไม่ที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าจำเลยมีความผิด 2 กระทงนั้นชอบแล้วฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6233/2541
พนักงานอัยการ จังหวัด ราชบุรี โจทก์
นาย สมบูรณ์ แสง ศิลป ชัย จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด ราชบุรี · จำเลย - นาย สมบูรณ์ แสง ศิลป ชัย |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ไพโรจน์ คำอ่อน · ชวลิต ศรีสง่า · วิเทพ ศิริพากย์ |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ