⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6640/2541

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6640/2541

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การครอบครองซึ่งของกลางที่ซุกซ่อนไว้ในรถยนต์ที่ตนมีสิทธิครอบครองหรือใช้สอย ถือเป็นพฤติการณ์ที่บ่งชี้ว่าตนได้กระทำความผิดนั้น.

ย่อคำพิพากษา

เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยทั้งสามได้ในขณะที่จำเลยที่ 2 เป็นผู้ขับรถกระบะของกลาง โดยจำเลยที่ 1 และที่ 3 นั่งโดยสารมาด้วย เจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุมได้ตรวจค้นและพบเครื่องกระสุนปืนของกลางซุกซ่อนอยู่ใต้เบาะด้านหลังคนขับซึ่งมีการดัดแปลงไว้โดยเฉพาะ ซึ่งรถกระบะของกลางดังกล่าว จำเลยที่ 1 เป็นผู้มีสิทธิครอบครองโดยการเช่าซื้อ การที่จำเลยทั้งสามแก้ตัวว่ามีบุคคลอื่นยืมรถไปใช้ก่อนระยะเวลาหนึ่งแล้วยังได้อาศัยโดยสารรถมาและกระโดดหนีไปก่อนถูกตรวจค้น เป็นทำนองว่าบุคคลดังกล่าวเป็นผู้ดัดแปลงรถและซุกซ่อนของกลางมานั้นขัดต่อเหตุผลเพราะบุคคลดังกล่าวไม่น่าจะนำรถกระบะของกลางมาคืนให้แก่ จำเลยที่ 1 ทั้ง ๆ ที่ยังมีเครื่องกระสุนปืนของกลางซุกซ่อน ไว้ และก็ไม่มีเหตุผลใดที่จำเลยทั้งสามไม่แจ้งให้เจ้าพนักงานตำรวจทราบตั้งแต่วันจับกุมหรือสอบสวน ข้อแก้ตัวของจำเลยทั้งสามจึงฟังไม่ขึ้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.4 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.7 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.55 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.78

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืนพ.ศ. 2490 มาตรา 4, 7, 8 ทวิ, 55, 72, 72 ทวิ, 78พระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 มาตรา 4, 6, 22, 23ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371, 32, 33, 83, 91 และขอให้ริบจรวดนำวิถี แบบแซม 7 รถยนต์หมายทะเบียน ม-2436 สุพรรณบุรี และเครื่องวิทยุคมนาคมของกลาง จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 4, 7, 55, 78 วรรคหนึ่งและวรรคสอง พระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 มาตรา 4, 6, 23ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91 การกระทำของจำเลยทั้งสามผิดต่อกฎหมายหลายกรรม เรียงกระทงลงโทษ ฐานมีเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ จำคุกคนละ 15 ปี ฐานค้าเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ จำคุกคนละ 20 ปี ฐานมีเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุกคนละ 6 เดือน เฉพาะจำเลยที่ 1 ยังมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 วรรคสาม, 72 ทวิ วรรคสองและประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 ลงโทษฐานมีอาวุธปืนของผู้อื่นซึ่งได้รับอนุญาตให้มีและใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตจำคุก 6 เดือนฐานพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดจำคุก 6 เดือน รวมจำคุกจำเลยที่ 1มีกำหนด 35 ปี 18 เดือน จำคุกจำเลยที่ 2 และที่ 3 คนละ 35 ปี6 เดือน ริบจรวดนำวิถี แบบแซม 7 จำนวน 3 ลูก และรถยนต์หมายเลขทะเบียน ม-2436 สุพรรณบุรี ข้อหาอื่นสำหรับจำเลยที่ 2 ที่ 3ให้ยกและยกคำขอให้ริบวิทยุคมนาคม จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดฐานมีและค้าเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้เป็นความผิดกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท คงให้ลงโทษบทที่มีโทษหนักที่สุดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 78 วรรคสอง จำคุกจำเลยทั้งสามคนละ 20 ปี เมื่อรวมกับโทษฐานอื่นแล้วคงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 21 ปี 6 เดือน จำคุกจำเลยที่ 2 และที่ 3คนละ 20 ปี 6 เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสามฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาวินิจฉัยในชั้นฎีกาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดฐานมีและค้าเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตได้หรือไม่เท่านั้น เห็นว่าข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติได้ตามที่โจทก์และจำเลยทั้งสามนำสืบโดยมิได้โต้แย้งกันว่า เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยทั้งสามได้ในขณะที่จำเลยที่ 2 เป็นผู้ขับรถกระบะของกลาง โดยจำเลยที่ 1และที่ 3 นั่งโดยสารมาด้วย แล้วเจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุมได้ตรวจค้นและพบเครื่องกระสุนปืนของกลางซุกซ่อนอยู่ใต้เบาะด้านหลังคนขับซึ่งมีการดัดแปลงไว้โดยเฉพาะ และรถกระบะของกลางดังกล่าวจำเลยที่ 1 เป็นผู้มีสิทธิครอบครองโดยการเช่าซื้อจริงข้อเท็จจริงดังกล่าวข้างต้นชี้ชัดในเบื้องต้นว่า เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยทั้งสามได้พร้อมของกลางในขณะจับกุมข้อแก้ตัวของจำเลยทั้งสามที่นำสืบว่า มีบุคคลอื่นยืมรถไปใช้ก่อนระยะเวลาหนึ่งแล้วยังได้อาศัยโดยสารรถมาและกระโดดหนีไปก่อนถูกตรวจค้น เป็นทำนองว่าบุคคลดังกล่าวเป็นผู้ดัดแปลงและซุกซ่อนของกลางมานั้นขัดต่อเหตุผล คือบุคคลดังกล่าวไม่น่าจะนำรถกระบะของกลางมาคืนให้แก่จำเลยที่ 1 ทั้ง ๆ ที่ยังมีเครื่องกระสุนปืนของกลางซุกซ่อนไว้และก็ไม่มีเหตุผลใดที่จำเลยทั้งสามไม่แจ้งให้เจ้าพนักงานตำรวจทราบตั้งแต่วันจับกุมหรือสอบสวน ข้อแก้ตัวของจำเลยทั้งสามจึงฟังไม่ขึ้น ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาต้องกันให้ลงโทษจำเลยทั้งสามนั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาจำเลยทั้งสามฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6640/2541 พนักงานอัยการ จังหวัด บุรีรัมย์ โจทก์ สิบเอก สม ศักดิ์ ชื่นอารมย์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด บุรีรัมย์ · จำเลย - สิบเอก สม ศักดิ์ ชื่นอารมย์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วินัย วิมลเศรษฐ · สิงหะ สัตยธรรม · กมล เพียรพิทักษ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3027/2540ฎีกา 9114/2552ฎีกา 185/2535ฎีกา 180/2554ฎีกา 98/2537ฎีกา 4979/2541ฎีกา 824/2535ฎีกา 1336/2553ฎีกา 5305/2539ฎีกา 2279/2515ฎีกา 1149/2536ฎีกา 1148/2534ฎีกา 240/2535ฎีกา 3578/2531ฎีกา 2963/2535ฎีกา 3284/2543ฎีกา 4534/2531ฎีกา 525/2541ฎีกา 831/2541ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 738/2536ฎีกา 2936/2543ฎีกา 2234/2535
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ