⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6776/2541

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6776/2541

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่คู่สัญญาตกลงกันให้เงินส่วนหนึ่งที่ชำระไปก่อนเป็น "มัดจำ" นั้น ต้องพิจารณาเจตนาที่แท้จริงของคู่สัญญาว่าประสงค์จะให้เงินจำนวนนั้นมีผลเป็นมัดจำตามกฎหมายหรือไม่ หากข้อตกลงอื่นในสัญญาแสดงให้เห็นว่าเงินจำนวนนั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของราคาที่ต้องชำระตามกำหนดเวลาที่แบ่งไว้เท่านั้น เงินจำนวนนั้นก็ไม่ถือเป็นมัดจำตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์กับจำเลยทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างกันตามสัญญาจะซื้อขายเอกสารหมาย จ.1 ซึ่งในสัญญาดังกล่าวข้อ 2 ระบุว่า คู่สัญญาได้ตกลงราคาที่จะซื้อขายกันคิดเป็นเงินรวมทั้งสิ้น 1,750,000 บาท โดยในวันทำสัญญานี้ (วันที่ 9 ธันวาคม 2537) ผู้ซื้อได้วางมัดจำไว้จำนวน 250,000 บาท ซึ่งผู้ขายจะได้รับเงินจำนวนดังกล่าวไว้ถูกต้องครบถ้วนแล้ว และผู้ซื้อตกลงจะชำระเงินอีก800,000 บาท ภายในวันที่ 1 มิถุนายน 2538 และสัญญาข้อ 3 ระบุว่า เงินส่วนที่เหลือจำนวน 700,000 บาท คู่สัญญาตกลงจะชำระกันในวันที่ 1 ธันวาคม 2538และผู้ขายตกลงจะไปทำการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินตามสัญญานี้ให้แก่ผู้ซื้อในวันเดียวกับที่ผู้ซื้อชำระราคาที่ดินส่วนที่เหลือดังกล่าว ต่อมาปรากฏว่าโจทก์ผิดสัญญาโดยชำระเงินงวดที่ 2 ให้จำเลยเพียง 100,000 บาท รวมเป็นเงินที่โจทก์ชำระให้จำเลยไปทั้งสิ้น 350,000 บาท นอกจากนี้สัญญาจะซื้อขายระหว่างโจทก์กับจำเลยดังกล่าวมีข้อตกลงด้วยว่า หากโจทก์ผิดสัญญาข้อใดข้อหนึ่งให้จำเลยริบเงินค่าที่ดินที่ชำระไว้แล้วทั้งหมดด้วย จึงเห็นได้ว่าตามสัญญาจะซื้อขายข้อ 2 และ ข้อ 3 ดังกล่าวโจทก์กับจำเลยตกลงแบ่งชำระราคาที่ดินเป็น 3 งวด งวดแรกกำหนดชำระในวันทำสัญญาจำนวน 250,000 บาท โดยให้ถือเป็นมัดจำด้วย ส่วนงวดที่ 2 จำนวน800,000 บาท และงวดที่ 3 จำนวน 700,000 บาท จะชำระในภายหลัง ดังนี้จึงถือว่ามีการวางเงินมัดจำตามสัญญาดังกล่าวเพียง 250,000 บาท เท่านั้น ข้อตกลงในสัญญาจะซื้อขายฉบับพิพาทมีลักษณะเป็นเพียงข้อสัญญากำหนดจำนวนเงินค่าที่ดินที่เหลือที่โจทก์จะต้องชำระให้แก่จำเลยเป็นงวด ๆ ตามกำหนดเวลาที่ตกลงกันไว้ล่วงหน้าเท่านั้น ไม่แน่ว่าเมื่อถึงกำหนดเวลาชำระเงินแต่ละงวดโจทก์จะชำระเงินให้จำเลยครบถ้วนหรือชำระมากน้อยเพียงใด ดังนี้แม้จะมีข้อสัญญาว่าหากโจทก์ผิดสัญญาข้อใดข้อหนึ่งให้จำเลยริบเงินค่าที่ดินที่ชำระไว้แล้วทั้งหมดได้ แต่ก็หาได้มีลักษณะเป็นการกำหนดจำนวนเงินค่าเสียหายไว้ล่วงหน้าอันจะถือเป็นเบี้ยปรับได้ไม่ ดังนี้ เงินตามข้อตกลงในสัญญาจำนวนดังกล่าวจึงมิใช่เป็นเบี้ยปรับที่ศาลจะมีอำนาจลดลงได้ หากแต่เป็นเงินค่าที่ดินส่วนหนึ่งที่โจทก์ชำระให้แก่จำเลยตามสัญญา ซึ่งเมื่อข้อสัญญาให้สิทธิจำเลยริบเงินค่าที่ดินที่โจทก์ชำระไว้แล้วได้หากโจทก์ผิดสัญญาและปรากฏว่าโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญา จำเลยย่อมชอบที่จะริบเงินจำนวน 100,000 บาท ได้ทั้งหมดตามข้อสัญญาที่โจทก์ตกลงกับจำเลยไว้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.222 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.377 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.380 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.383

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวเตรียมใจ มิตรภาพหรือมิตรบ้านยาง · จำเลย - นางสาวบรรเจิด ปรีเปรม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พันธาวุธ ปาณิกบุตร · สมชัย สายเชื้อ · ธรรมนูญ โชคชัยพิทักษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพิษณุโลก - นายประทีป เหมือนเตย · ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ - นายวิโรจน์ สุขวโรตม์วัตร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1674/2539ฎีกา 2546/2524ฎีกา 58/2530ฎีกา 591/2531ฎีกา 4244/2539ฎีกา 1471/2542ฎีกา 5459/2537ฎีกา 2753/2523ฎีกา 770/2486ฎีกา 5470/2537ฎีกา 4623/2540ฎีกา 3414/2541ฎีกา 3616/2558ฎีกา 9376/2539ฎีกา 4194/2536ฎีกา 464/2567ฎีกา 2385/2523ฎีกา 2139/2565ฎีกา 3010/2543ฎีกา 4192/2536ฎีกา 5884/2541ฎีกา 6052/2537ฎีกา 233/2536ฎีกา 7051/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา