⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7242/2541

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7242/2541

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การรับซื้อชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ที่ได้มาโดยไม่สุจริต เป็นการส่งเสริมการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ และเป็นการช่วยปิดบังการกระทำผิด จึงไม่ควรรอการลงโทษ

ย่อคำพิพากษา

การที่เจ้าพนักงานตำรวจติดตามค้นหารถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายที่หายไปทั้งคัน แต่ไปพบชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ของรถจักรยานยนต์ดังกล่าวได้ที่บ้านจำเลยที่ 2 ในลักษณะถอดเป็น ชิ้นส่วน โดยจำเลยทั้งสองรับว่าซื้อไว้เพราะราคาถูกพฤติการณ์ ดังกล่าวจึงเป็นการส่งเสริมให้มีการลัก จักรยานยนต์ มาก ยิ่งขึ้น และเป็นการช่วยปิดบังการกระทำผิดเพราะเมื่อรถจักรยานยนต์ ของกลางถูกถอดแยกออกเป็นชิ้นส่วนแล้วนำไปขายเช่นนี้ เจ้าพนักงานตำรวจย่อมยากที่จะติดตามจับกุมผู้กระทำผิดได้ จึงสมควรลงโทษสถานหนัก เพื่อปรามมิให้การกระทำผิดเช่นนี้ แพร่หลายต่อไป และไม่ควรรอการลงโทษให้จำเลยทั้งสอง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.185 ประมวลกฎหมายอาญา ม.56 ประมวลกฎหมายอาญา ม.357

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 335, 357 จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพฐานรับของโจร ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคหนึ่ง, 83 จำเลยทั้งสองชดใช้ค่าเสียหายให้ผู้เสียหายแล้ว ให้ลงโทษสถานเบาจำคุกคนละ3 ปี จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78กึ่งหนึ่งคงจำคุกคนละ 1 ปี 6 เดือน ข้อหาอื่นให้ยก จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ขอให้รอการลงโทษ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยทั้งสองฎีกาขอให้รอการลงโทษโดยจำเลยทั้งสองได้ชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 45,000 บาทให้ผู้เสียหายและผู้เสียหายแถลงไม่ติดใจเอาความแก่จำเลยทั้งสองนั้นเห็นว่า จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพฐานรับของโจรตามฟ้องข้อเท็จจริงจึงต้องรับฟังว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันรับของโจรชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ รวม 6 รายการ ตามบัญชีของกลางท้ายฟ้องตามฟ้องโจทก์ระบุว่ารถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายหายไปทั้งคันแต่เจ้าพนักงานตำรวจติดตามยึดของกลางชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ได้ที่บ้านจำเลยที่ 1 ในลักษณะถอดเป็นชิ้นส่วนรวม 6 รายการซึ่งจำเลยทั้งสองให้การว่ารับซื้อไว้เพราะเห็นว่าราคาถูกพฤติการณ์ดังกล่าวเป็นการส่งเสริมให้มีการลักรถจักรยานยนต์มากยิ่งขึ้นและเป็นการช่วยปิดบังการกระทำผิด เพราะเมื่อรถจักรยานยนต์ของกลางถูกถอดแยกออกเป็นชิ้นส่วนแล้วนำไปขายเช่นนี้ เจ้าพนักงานตำรวจย่อมยากที่จะติดตามจับกุมผู้กระทำผิดได้จึงสมควรลงโทษสถานหนัก เพื่อปรามมิให้การกระทำผิดเช่นนี้แพร่หลายต่อไปที่ศาลอุทธรณ์ไม่รอการลงโทษให้จำเลยทั้งสองเหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งรูปคดีแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7242/2541 พนักงานอัยการ สำนักงาน อัยการ สูงสุด โจทก์ นาย สุวัฒน์ ปลั่ง น้อย กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงาน อัยการ สูงสุด · จำเลย - นาย สุวัฒน์ ปลั่ง น้อย กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ศุภชัย ภู่งาม · สถิตย์ ไพเราะ · ม.ล.เฉลิมชัย เกษมสันต์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1656/2544ฎีกา 1891/2500ฎีกา 98/2537ฎีกา 2530/2527ฎีกา 1305/2547ฎีกา 824/2535ฎีกา 5598/2540ฎีกา 3026/2517ฎีกา 633/2540ฎีกา 664/2520ฎีกา 3911/2568ฎีกา 113/2566ฎีกา 1368/2509ฎีกา 7993/2547ฎีกา 2963/2535ฎีกา 726/2487ฎีกา 848/2545ฎีกา 2813/2566ฎีกา 2766/2546ฎีกา 337/2535ฎีกา 6863/2543ฎีกา 738/2536ฎีกา 5806/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ