คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7384/2541
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อหนี้ตามเช็คได้ระงับสิ้นไปก่อนศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปด้วย
ย่อคำพิพากษา
(นายกีรติ กาญจนรินทร์)
15 ก.พ.43ป.พ.พ.มาตรา 320, 328พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 7
จำเลยนำเงินไปวางที่ศาลชั้นต้นเพื่อชำระให้แก่โจทก์ร่วมตามเช็คพิพาทบางส่วนและโจทก์ร่วมซึ่งเป็นผู้เสียหายได้ขอรับเงินไปแล้ว และในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยนำเงินตามจำนวนหนี้ที่เหลือดังกล่าวไปวางที่ศาลชั้นต้นเพื่อชำระให้แก่โจทก์ร่วม และโจทก์ร่วมได้ขอรับเงินจำนวนดังกล่าวไปโดยไม่ได้โต้แย้ง จึงถือได้ว่าหนี้ตามเช็คพิพาทได้สิ้นผลผูกพันไปก่อนศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด คดีจึงเป็นอันเลิกกันตามมาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 สิทธินำคดีอาญามาฟ้องสำหรับเช็คพิพาทย่อมระงับไป
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ๔๑ พนักงานอัยการประจำศาลแขวงชลบุรี · โจทก์ร่วม - ๑ พันตำรวจโทชูชาติ แก้วไตตรรัตน์ · จำเลย - นายณรงค์ นันทวนิช |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมชัย สายเชื้อ · ธรรมนูญ โชคชัยพิทักษ์ · ประชา ประสงค์จรรยา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแขวงชลบุรี - นางอรทัศน์ อุดมโชค · ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ - นายองอาจ โรจนสุพจน์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา