คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7512/2541
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์จะกระทำได้ต่อเมื่อมีพฤติการณ์พิเศษที่ทำให้ไม่สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ภายในกำหนดเวลา ซึ่งข้อเท็จจริงที่โจทก์ทราบอยู่แล้วตั้งแต่ชั้นพิจารณาหรือชั้นฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้น ไม่ถือเป็นพฤติการณ์พิเศษดังกล่าว
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า ว.ได้ยึดรถคันที่จำเลยเช่าซื้อไปจากโจทก์คืนมาแล้วตามที่ศาลชั้นต้นพิพากษาโดยเชื่อพยานหลักฐานของจำเลยหรือไม่ และหากเป็นไปดังที่จำเลยอ้างโจทก์ก็จะไม่ใช้สิทธิอุทธรณ์คำพิพากษาต่อศาลอุทธรณ์นั้น เมื่อปรากฏว่า ข้อเท็จจริงดังกล่าวโจทก์ทราบมาก่อนแล้วตั้งแต่จำเลยเบิกความพร้อมทั้งแสดงเอกสารประกอบข้ออ้างดังกล่าวในชั้นพิจารณา ดังนี้หากโจทก์จะยื่นอุทธรณ์ในเรื่องนี้ โจทก์ก็ควรจะหาข้อมูลได้ตั้งแต่ได้ฟังคำพิพากษาของศาลชั้นต้นแล้ว การตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวจึงมิใช่พฤติการณ์พิเศษที่โจทก์จะอาศัยมาเป็นข้ออ้างเพื่อขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 23 ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ร่วมเสริมกิจ จำกัด (มหาชน) · จำเลย - ายสวิท แป้นทองเจริญ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมลักษณ์ จัดกระบวนพล · สถิตย์ ไพเราะ · ระพินทร บรรจงศิลป |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายอดิศักดิ์ เที่ยนกริม · ศาลอุทธรณ์ - นายรุ่ง เรืองโรจน์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา