⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7567/2541

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7567/2541

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากโจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำพิพากษาศาลชั้นต้นอันเป็นเหตุสุดวิสัยและอยู่นอกเหนือการควบคุมของโจทก์ ศาลอาจขยายระยะเวลาอุทธรณ์ให้ได้

ย่อคำพิพากษา

การเขียนอุทธรณ์ของโจทก์จะต้องตรวจดูถ้อยคำต่าง ๆในคำพิพากษาศาลชั้นต้นโดยละเอียดเพื่อหาข้อโต้แย้งทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่ศาลชั้นต้นหยิบยกขึ้นวินิจฉัยมิฉะนั้นอาจไม่เป็นอุทธรณ์ตามกฎหมาย โจทก์จึงจำต้องมีสำเนาคำพิพากษาศาลชั้นต้นไว้ประกอบการเขียนอุทธรณ์และโจทก์ก็ยื่นคำแถลงขอคัดสำเนาคำพิพากษาศาลชั้นต้นต่อศาลชั้นต้นแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ศาลชั้นต้นไม่สามารถจัดการให้โจทก์ได้รับสำเนาคำพิพากษาศาลชั้นต้นภายในกำหนดระยะเวลา อุทธรณ์ ซึ่งเป็นเรื่องนอกเหนือการบังคับของโจทก์ การที่ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำพิพากษาศาลชั้นต้นจึงถือเป็นกรณีที่มีพฤติการณ์พิเศษ ศาลชอบที่จะขยายระยะเวลาอุทธรณ์ให้โจทก์ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.23

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน353,038.12 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 19 ต่อปี จากต้นเงิน287,729.45 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์หากไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองคือที่ดินโฉนดเลขที่ 97716ตำบลหมื่นไวย อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมาพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่มีอยู่แล้วหรือที่จะมีขึ้นในภายหน้าออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ หากได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยที่ 1 ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้โจทก์จนครบ และให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 โจทก์ยื่นคำร้องว่า ศาลมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม2539 ต่อมาเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2540 โจทก์นำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ต่อศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลาอุทธรณ์ออกไปอีก 15 วัน นับแต่วันมีคำสั่งซึ่งขณะนี้ใกล้จะครบกำหนดแล้วแต่โจทก์ยังไม่ทราบคำพิพากษาศาลชั้นต้นขออนุญาตขยายระยะเวลาอุทธรณ์ออกไปอีก 15 วันนับแต่วันมีคำสั่งเป็นต้นไป ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า กรณีไม่มีพฤติการณ์พิเศษหรือเหตุสุดวิสัยจึงไม่อนุญาต ยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้เป็นที่ยุติว่าศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2539 และศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยายระยะเวลาอุทธรณ์แก่โจทก์จนถึงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2540แต่โจทก์ได้รับสำเนาคำพิพากษาศาลชั้นต้นจากเจ้าหน้าที่ศาลชั้นต้นในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2540 ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์มีว่า ที่โจทก์ไม่ได้รับสำเนาคำพิพากษาศาลชั้นต้นภายในกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์ถือเป็นกรณีที่มีพฤติการณ์พิเศษหรือไม่ เห็นว่าการเขียนอุทธรณ์จะต้องตรวจดูถ้อยคำต่าง ๆ ในคำพิพากษาศาลชั้นต้นโดยละเอียดเพื่อหาข้อโต้แย้งทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่ศาลชั้นต้นหยิบยกขึ้นวินิจฉัย มิฉะนั้นอาจไม่เป็นอุทธรณ์ตามกฎหมาย จึงจำต้องมีสำเนาคำพิพากษาศาลชั้นต้นไว้ประกอบการเขียนอุทธรณ์และโจทก์ก็ยื่นคำแถลงขอคัดสำเนาคำพิพากษาศาลชั้นต้นต่อศาลชั้นต้นแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ศาลชั้นต้นไม่สามารถจัดการให้โจทก์ได้รับสำเนาคำพิพากษาศาลชั้นต้นภายในกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์ ซึ่งเป็นเรื่องนอกเหนือการบังคับของโจทก์ การที่โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำพิพากษาศาลชั้นต้นจึงถือเป็นกรณีที่มีพฤติการณ์พิเศษ ศาลชอบที่จะขยายระยะเวลาอุทธรณ์ให้โจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 พิพากษากลับเป็นว่า ให้ขยายระยะเวลาอุทธรณ์แก่โจทก์อีก 15 วัน นับแต่วันฟังคำพิพากษานี้ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7567/2541 ธนาคาร แหลม ทอง จำกัด ( มหาชน โจทก์ นาย จเร เพียงโคก กรวด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคาร แหลม ทอง จำกัด ( มหาชน · จำเลย - นาย จเร เพียงโคก กรวด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไชยวัฒน์ สัตยาประเสริฐ · พิมล สมานิตย์ · อมร วีรวงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1337/2503ฎีกา 4903/2548ฎีกา 7013/2543ฎีกา 523/2513ฎีกา 2785/2539ฎีกา 6468/2549ฎีกา 6322/2537ฎีกา 2238-2240/2548ฎีกา 3736/2531ฎีกา 958/2541ฎีกา 5289/2551ฎีกา 1968/2537ฎีกา 9930/2539ฎีกา 2883/2543ฎีกา 1340/2549ฎีกา 4955/2533ฎีกา 4979/2537ฎีกา 445/2553ฎีกา 10878/2554ฎีกา 4855/2539ฎีกา 5004/2540ฎีกา 819/2532ฎีกา 6569/2542ฎีกา 2112/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา