⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1158/2542

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1158/2542

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เงินที่ได้มาจากการกระทำความผิด แม้จะไม่ได้ระบุในฟ้องโจทก์โดยตรง ศาลก็มีอำนาจสั่งริบได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 (2)

ย่อคำพิพากษา

วันเกิดเหตุเจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยได้และยึดได้เงินสดจำนวน 5,470 บาท ซึ่งปะปนอยู่กับเงินจำนวนอื่นที่สายลับนำไปล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลย จำเลยรับว่าเงินสดจำนวน 5,470 บาท ของกลาง จำเลยได้มาจากการจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนก่อนที่เจ้าพนักงานตำรวจจะเข้าจับจำเลยดังนี้ เงินสดจำนวน 5,470 บาท ของกลาง เป็นทรัพย์สินซึ่งจำเลยได้มาโดยการกระทำความผิด เพราะการจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ทั้งคดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยในข้อหาจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนและมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย แม้ศาลจะไม่มีอำนาจสั่งริบเงินสดจำนวน 5,470 บาท ของกลาง ตามมาตรา 102 แห่ง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษพ.ศ.2522 ได้ก็ตาม แต่การริบทรัพย์สินเป็นอำนาจทั่วไปของศาลที่จะริบทรัพย์สินตามที่ประมวลกฎหมายอาญาบัญญัติไว้ เมื่อโจทก์มีคำขอให้ริบของกลางมาแล้วและของกลางดังกล่าวเป็นทรัพย์สินซึ่งจำเลยได้มาโดยได้กระทำความผิด แม้ฟ้องโจทก์จะมิได้อ้าง ป.อ.มาตรา 33 มาด้วย และเป็นเงินของกลางที่ไม่ได้มาจากการจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนในคดีนี้โดยตรงก็ตาม ศาลก็มีอำนาจริบเงินสดจำนวน 5,470 บาท ของกลางได้ ตามมาตรา 33 (2) ซึ่งเป็นบทกฎหมายที่ถูกต้องได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.102

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกันกล่าวคือ จำเลยมีเมทแอมเฟตามีน อันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ จำนวน๑๘๖ เม็ด น้ำหนักรวม ๑๖.๔๖ กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตและจำเลยจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนดังกล่าว จำนวน ๑๐ เม็ด น้ำหนักรวม๐.๙๐ กรัม ให้แก่ผู้มีชื่อโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมธนบัตรที่ใช้ล่อซื้อฉบับละ ๕๐๐ บาท จำนวน ๑ ฉบับ ฉบับละ ๑๐๐ บาท จำนวน ๓ ฉบับเมทแอมเฟตามีนจำนวน ๑๘๖ เม็ด และเงินสดจำนวน ๕,๔๗๐ บาท ซึ่งจำเลยรับว่าได้มาจากการจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนเป็นของกลาง ก่อนคดีนี้เมื่อวันที่ ๒๔เมษายน ๒๕๔๐ จำเลยเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก ๖ เดือน และปรับ๕,๐๐๐ บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๒ ปี ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตตามคดีหมายเลขแดงที่ ๒๑๑๐/๒๕๔๐ ของศาลชั้นต้นขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕, ๖๖, ๖๗,๑๐๒ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ริบเมทแอมเฟตามีนและเงินสดจำนวน๕,๔๗๐ บาท ของกลาง และบวกโทษของจำเลยที่รอการลงโทษไว้ในคดีดังกล่าวเข้ากับโทษของจำเลยในคดีนี้ จำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นจำเลยในคดีที่ศาลชั้นต้นรอการลงโทษไว้จริงตามฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง, ๖๖ วรรคหนึ่ง เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก ๘ ปี ฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จำคุก ๕ ปี รวมจำคุก ๑๓ ปีจำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก ๖ ปี ๖ เดือน บวกโทษจำคุกในคดีหมายเลขแดงที่ ๒๑๑๐/๒๕๔๐ ของศาลชั้นต้นเข้ากับโทษของจำเลยในคดีนี้เป็นจำคุก ๖ ปี ๑๒ เดือน ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง ส่วนเงิน ๕,๔๗๐ บาทไม่ใช่ทรัพย์สินที่จำเลยได้มาโดยการกระทำความผิดในคดีนี้จึงไม่อาจริบได้ ให้ยกคำขอส่วนนี้ โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา โดยอัยการสูงสุดรับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ในชั้นนี้ว่า เงินสดของกลางจำนวน ๕,๔๗๐ บาท เป็นทรัพย์สินที่ศาลมีอำนาจสั่งริบได้หรือไม่ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓ บัญญัติว่า "ในการริบทรัพย์สิน นอกจากศาลจะมีอำนาจริบตามกฎหมายที่บัญญัติไว้โดยเฉพาะแล้ว ให้ศาลมีอำนาจสั่งริบทรัพย์สินดังต่อไปนี้อีกด้วย คือ...(๒) ทรัพย์สินซึ่งบุคคลได้มาโดยได้กระทำความผิด"ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า วันเกิดเหตุเจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยได้และยึดได้เงินสดจำนวน ๕,๔๗๐ บาท ซึ่งปะปนอยู่กับเงินจำนวน ๘๐๐ บาท ที่สายลับนำไปล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลย จำเลยรับว่าเงินสดจำนวน ๕,๔๗๐ บาท ของกลางจำเลยได้มาจากการจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนก่อนที่เจ้าพนักงานตำรวจจะเข้าจับจำเลย ดังนี้ ฟังได้ว่าเงินสดจำนวน ๕,๔๗๐ บาท ของกลาง เป็นทรัพย์สินซึ่งจำเลยได้มาโดยการกระทำความผิด เพราะการจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ทั้งคดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยในข้อหาจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนและมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย แม้ศาลจะไม่มีอำนาจสั่งริบเงินสดจำนวน ๕,๔๗๐ บาท ของกลาง ตามมาตรา ๑๐๒ แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ ตามที่โจทก์ขอ ซึ่งเป็นบทเฉพาะที่กำหนดให้ริบทรัพย์สินได้เฉพาะเครื่องมือ เครื่องใช้ ยานพาหนะหรือวัตถุอื่นซึ่งบุคคลได้ใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษก็ตาม แต่การริบทรัพย์สินเป็นอำนาจทั่วไปของศาลที่จะริบทรัพย์สินตามที่ประมวลกฎหมายอาญาบัญญัติไว้ เมื่อโจทก์มีคำขอให้ริบของกลางมาแล้ว และของกลางดังกล่าวเป็นทรัพย์สินซึ่งจำเลยได้มาโดยได้กระทำความผิด แม้ฟ้องโจทก์จะมิได้อ้างประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓มาด้วย และเป็นเงินของกลางที่ไม่ได้มาจากการจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนในคดีนี้โดยตรงก็ตาม ศาลก็มีอำนาจริบเงินสดจำนวน ๕,๔๗๐ บาท ของกลางได้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓ (๒) ซึ่งเป็นบทกฎหมายที่ถูกต้องได้ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ริบเงินสดจำนวน ๕,๔๗๐ บาท ของกลางด้วย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1158/2542 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายบรรชา รัตนประหาต จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - นายบรรชา รัตนประหาต
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุเมธ ตังคจิวางกูร · สุนทร สิทธิเวชวิจิตร · ประสพสุข บุญเดช
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญาธนบุรี - นายวิชา ใจจันทร์เดือน · ศาลอุทธรณ์ - นางนพวรรณ อินทรัมพรรย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7083/2538ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 892/2497ฎีกา 1554/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 599/2532ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 1795/2493ฎีกา 531/2510ฎีกา 1411/2499ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 119/2517ฎีกา 1368/2509ฎีกา 3814/2549ฎีกา 1979/2521ฎีกา 901/2480ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 2108/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา