⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1541/2542

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1541/2542

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฎีกาว่าจำเลยมีความผิดเพียงกรรมเดียว โดยอ้างว่าทรัพย์สินที่รับมานั้นได้รับไว้ในคราวเดียวกัน และการแยกทรัพย์สินออกใช้หรือจำหน่ายภายหลังไม่เป็นความผิดขึ้นอีก เป็นการโต้แย้งคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ที่วินิจฉัยข้อเท็จจริงมาแล้ว และต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานรับของโจรสามกรรม ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาว่า จำเลยมีความผิดเพียงกรรมเดียว เมื่อพิจารณาคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ที่ว่าจำเลยรับทรัพย์ ของผู้เสียหายไว้คราวเดียวเท่านั้น เป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงที่จำเลยได้ให้การรับสารภาพแล้ว และเป็นข้อเท็จจริงที่มิได้ ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาในศาลชั้นต้น ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 วรรคหนึ่ง ประกอบ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัย แต่จำเลยกลับฎีกาในปัญหาข้อนี้ว่า โจทก์ไม่มีพยานหลักฐานใดมาแสดงให้เห็นว่า จำเลยได้รับทรัพย์ ของกลางดังกล่าวไปแต่ละคราวอย่างไร จึงถือได้ว่าทรัพย์ของกลาง นั้นจำเลยได้รับไว้ในคราวเดียวกัน และความผิดฐานรับของโจรสำเร็จทันทีตั้งแต่เวลาที่จำเลยได้รับทรัพย์นั้นไว้ในครอบครอง หลังจากนั้นจำเลยจะได้แยกทรัพย์ที่ได้รับมาออกใช้หรือจำหน่าย ประการใดก็ตาม ก็หาเป็นความผิดฐานรับของโจรขึ้นอีกไม่จำเลยจึงมีความผิดเพียงกรรมเดียวนั้น เป็นฎีกาที่หาได้โต้แย้ง คัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่าไม่ถูกต้องอย่างไร จึงเป็นฎีกา ที่ไม่ชัดแจ้ง ไม่ชอบด้วย ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 193 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 357 วรรคสอง, 91 นับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 4763/2540 ของศาลชั้นต้น กับให้จำเลยใช้เงินค่าไถ่ถอนของกลาง 30,000 บาท แก่ผู้เสียหายด้วย จำเลยให้การรับสารภาพหลังจากสืบพยานโจทก์แล้ว 3 ปากและรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานรับของโจรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคสอง เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกกระทงละ 6 ปีรวมจำคุก 18 ปี จำเลยให้การรับสารภาพหลังจากที่โจทก์สืบพยานไปบ้างแล้ว เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสามคงจำคุก 12 ปี ส่วนที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อจากคดีดังกล่าวนั้นไม่ปรากฏว่าศาลได้พิพากษาลงโทษจำเลยจึงไม่อาจนับโทษต่อได้คำขอให้ใช้ค่าไถ่ถอนของกลางให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาข้อกฎหมายที่จำเลยฎีกาว่าจำเลยมีความผิดเพียงกรรมเดียวนั้น ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าการที่จำเลยอุทธรณ์ว่าจำเลยรับทรัพย์ของผู้เสียหายไว้คราวเดียวเท่านั้นเป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงที่จำเลยได้ให้การรับสารภาพแล้วและเป็นข้อเท็จจริงที่มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้น ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัย แต่จำเลยกลับฎีกาในปัญหาข้อนี้ว่า โจทก์ไม่ได้มีพยานหลักฐานใด ๆ มาแสดงให้เห็นว่าจำเลยได้รับทรัพย์ของกลางดังกล่าวไปแต่ละคราวอย่างไร จึงถือได้ว่าทรัพย์ของกลางดังกล่าวจำเลยได้รับไว้ในคราวเดียวเท่านั้น และความผิดฐานรับของโจรสำเร็จทันทีตั้งแต่เวลาที่จำเลยได้รับทรัพย์นั้นไว้ในครอบครอง หลังจากนั้นจำเลยจะได้แยกทรัพย์ที่ได้รับมาออกใช้หรือจำหน่ายประการใด ๆ ก็ตามก็หาเป็นความผิดฐานรับของโจรขึ้นอีกไม่ จำเลยจึงมีความผิดเพียงกรรมเดียว เช่นนี้ ฎีกาของจำเลยดังกล่าวหาได้โต้แย้งคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่าไม่ถูกต้องอย่างไรจึงเป็นฎีกาที่ไม่ชัดแจ้ง ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยส่วนที่จำเลยฎีกาว่าจำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาสมควรลดโทษให้จำเลยกึ่งหนึ่งนั้น เป็นฎีกาโต้เถียงดุลพินิจในการลงโทษซึ่งเป็นปัญหาข้อเท็จจริงและคดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำเลยแต่ละกรรม จำคุกไม่เกิน 5 ปี จำเลยจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้เช่นกัน" พิพากษายกฎีกาจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1541/2542 พนักงานอัยการ สำนักงาน อัยการ สูงสุด โจทก์ นาย ประเสริฐ ฉัตรอมรโชติกุล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงาน อัยการ สูงสุด · จำเลย - นาย ประเสริฐ ฉัตรอมรโชติกุล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อธิราช มณีภาค · ไพศาล เจริญวุฒิ · พินิต เพชรรุ่ง
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 3136/2524ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1795/2493ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 4225/2559ฎีกา 6911/2544ฎีกา 1360/2544ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555ฎีกา 6321/2544ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 11/2539ฎีกา 1165/2537ฎีกา 6344/2551ฎีกา 1166/2491
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ