⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2265/2542

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2265/2542

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การมีชื่อใน น.ส.3 ก. สันนิษฐานว่าเป็นผู้มีสิทธิครอบครอง และเอกสารมหาชนที่พนักงานเจ้าหน้าที่ทำขึ้นให้สันนิษฐานว่าเป็นของแท้จริงและถูกต้อง

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเป็นผู้มีชื่อในที่ดินตาม น.ส.3 ก. ที่โจทก์นำยึดซึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1373 สันนิษฐานว่าจำเลยเป็นผู้มีสิทธิครอบครอง ที่ผู้ร้องกล่าวอ้าง ว่าที่ดินดังกล่าวเป็นของผู้ร้องเป็นการกล่าวอ้างข้อเท็จจริงที่แตกต่างไปจากหลักฐานที่ปรากฏตาม น.ส.3 ก. ซึ่งเป็นเอกสารมหาชนที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ทำขึ้น และตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 127 ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นของแท้จริงและถูกต้อง จึงเป็นกรณีที่มีพยานหลักฐาน เบื้องต้นแสดงว่าคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ของผู้ร้อง ไม่มีมูลและยื่นเข้ามาเพื่อประวิงให้ชักช้า จึงเป็นการสมควร และเหมาะสมที่จะให้ผู้ร้องวางเงินประกันความเสียหาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.127 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้1,439,100.71 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี ในเงินต้น1,011,171.78 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากไม่ชำระให้ยึดที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 767 และ 768 ตำบลปากช่อง อำเภอปากช่องจังหวัดนครราชสีมา พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดเอาเงินชำระให้โจทก์ หากได้เงินไม่พอชำระให้บังคับเอาจากทรัพย์สินอื่นของจำเลยจนกว่าจะครบ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ จำเลยไม่ชำระ โจทก์จึงขอหมายบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์(น.ส.3 ก.) เลขที่ 767 และ 768 พร้อมสิ่งปลูกสร้างเพื่อบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษา ผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่า ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่โจทก์นำยึดไม่ใช่ของจำเลยแต่เป็นทรัพย์ที่ผู้ร้องซื้อมา เนื่องจากผู้ร้องมีปัญหาเกี่ยวกับครอบครัวและความสมบูรณ์ในการทำนิติกรรมของผู้เยาว์จึงได้ใส่ชื่อจำเลยในหนังสือรับรองการทำประโยชน์ไว้แทนเพราะเป็นญาติและไว้เนื้อเชื่อใจกัน แต่ผู้ร้องเป็นผู้ครอบครองที่ดินดังกล่าวมาโดยตลอดขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึด โจทก์ให้การว่า ทรัพย์ที่โจทก์นำยึดเป็นของจำเลย ขอให้ยกคำร้อง และโจทก์ยื่นคำร้องว่ามีพยานหลักฐานเบื้องต้นแสดงว่าคำร้องของ ผู้ร้องไม่มีมูลและยื่นเข้ามาเพื่อประวิงให้ชักช้าขอให้ศาลชั้นต้นสั่งให้ผู้ร้องวางเงินจำนวน 250,000 บาท หรือตามที่เห็นสมควรเพื่อประกันความเสียหายที่โจทก์อาจได้รับ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ผู้ร้องนำเงินจำนวน 250,000 บาทมาวางศาลภายใน 15 วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง มิฉะนั้นให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ก่อนครบกำหนดวางเงินผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องไม่ต้องวางเงินประกัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ยกคำร้อง เมื่อครบกำหนดผู้ร้องไม่วางเงินตามคำสั่งศาลศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีของผู้ร้องออกจากสารบบความ ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "จำเลยเป็นผู้มีชื่อในที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 767 และ 768 ตำบลปากช่อง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ที่โจทก์นำยึดในคดีนี้ ซึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1373สันนิษฐานว่าจำเลยเป็นผู้มีสิทธิครอบครอง ที่ผู้ร้องกล่าวอ้างว่าที่ดินดังกล่าวเป็นของผู้ร้องเป็นการกล่าวอ้างข้อเท็จจริงที่แตกต่างไปจากหลักฐานที่ปรากฏตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ซึ่งเป็นเอกสารมหาชนที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ทำขึ้น และตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 127 ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นของแท้จริงและถูกต้อง จึงเป็นกรณีที่มีพยานหลักฐานเบื้องต้นแสดงว่าคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ของผู้ร้องไม่มีมูลและยื่นเข้ามาเพื่อประวิงให้ชักช้า และปรากฏตามคำร้องขอของผู้ร้องว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีตีราคาทรัพย์ที่โจทก์นำยึดเป็นเงิน 1,060,000 บาท ดังนั้น ที่ศาลชั้นต้นสั่งให้ผู้ร้องวางเงินต่อศาล 250,000 บาท ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 288 วรรคสอง (1) จึงเป็นการสมควรและเหมาะสมแล้ว ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2265/2542 ธนาคาร ศ รี นคร จำกัด ( มหาชน โจทก์ นาง พนอ วาดสูงเนิน ผู้ร้อง นาย สนัด โผกรุด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคาร ศ รี นคร จำกัด ( มหาชน · ผู้ร้อง - นาง พนอ วาดสูงเนิน · จำเลย - นาย สนัด โผกรุด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิชา มั่นสกุล · กนก พรรณรักษา · อภิศักดิ์ พรวชิราภา
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1099/2550ฎีกา 770/2535ฎีกา 5882/2541ฎีกา 7677/2557ฎีกา 763-766/2495ฎีกา 175/2530ฎีกา 2679/2537ฎีกา 181/2512ฎีกา 7863/2538ฎีกา 922/2522ฎีกา 1247/2510ฎีกา 684/2488ฎีกา 235/2538ฎีกา 1492/2510ฎีกา 7066/2539ฎีกา 541/2509ฎีกา 389/2541ฎีกา 1561/2508ฎีกา 3139/2537ฎีกา 484/2486ฎีกา 2220/2535ฎีกา 1902/2494ฎีกา 635/2511ฎีกา 1561-1562/2518
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ