⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3917/2542

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3917/2542

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้ประกอบธุรกิจไม่สามารถปฏิบัติตามคำโฆษณาได้เนื่องจากเหตุสุดวิสัยหรือเหตุที่มิใช่ความผิดของผู้ประกอบธุรกิจนั้น ผู้ประกอบธุรกิจอาจเสนอการแก้ไขเปลี่ยนแปลงที่สมเหตุสมผลแก่ผู้บริโภคได้ และหากผู้บริโภคไม่ตกลง ผู้บริโภคไม่มีสิทธิยกเลิกสัญญา เว้นแต่การไม่ปฏิบัติตามนั้นเป็นสาระสำคัญแห่งสัญญา. การที่คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งไม่ทักท้วงหรือกล่าวอ้างถึงความล่าช้าในการปฏิบัติตามสัญญา ถือว่าคู่สัญญาไม่ได้ถือเอาเรื่องระยะเวลาเป็นสาระสำคัญ และไม่อาจอ้างเหตุความล่าช้าดังกล่าวเพื่อบอกเลิกสัญญาได้.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยโฆษณาในเอกสารว่าจะติดตั้งเครื่องเรียกความช่วยเหลือ เอสโอเอสเป็นของขวัญให้แก่ลูกค้า ปรากฏว่าบริษัทที่จำหน่ายเครื่องดังกล่าวเลิกกิจการไป จำเลยจึงเสนอติดเครื่องเรียกความช่วยเหลือของบริษัทอื่นซึ่งคุณภาพดีกว่าและราคาสูงกว่าแทนแก่โจทก์ ดังนั้น การที่จำเลยไม่ปฏิบัติให้ตรงตามคำโฆษณาจึงมิได้เกิดจากความผิดของจำเลยและแม้โจทก์จะไม่ตกลงด้วย โจทก์ไม่มีสิทธิยกเลิกสัญญา ส่วนที่จำเลยก่อสร้างล่าช้า ปรากฏว่าโจทก์ไปตรวจงานก่อสร้างก็มิได้ทักท้วงเรื่องก่อสร้างล่าช้า ทั้งหนังสือบอกกล่าวให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญา โจทก์ไม่ได้กล่าวอ้างถึงความล่าช้า ถือว่าโจทก์จำเลยมิได้ถือเอาเรื่องระยะเวลาก่อสร้างตามสัญญาเป็นสาระสำคัญโจทก์ไม่อาจอ้างเหตุการก่อสร้างล่าช้าบอกเลิกสัญญาได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.205 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.388

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดจากจำเลย ต่อมาเมื่อต้นปี2537 โจทก์ตรวจสอบสภาพห้องชุดก่อนรับมอบพบว่าจำเลยก่อสร้างไม่แล้วเสร็จตามสัญญา จึงมีหนังสือบอกกล่าว จำเลยเพิกเฉย อันเป็นการผิดสัญญา โจทก์มีหนังสือบอกเลิกสัญญาแล้ว ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 2,322,160.60 บาท พร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม โจทก์เป็นผู้ผิดนัดและผิดสัญญา และการเรียกดอกเบี้ยตามคำฟ้องไม่สุจริต โจทก์จึงไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญาและไม่มีสิทธิเรียกดอกเบี้ย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้ยกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว โจทก์ฎีกาข้อแรกว่า การที่จำเลยไม่สามารถติดตั้งเครื่องเรียกความช่วยเหลือ เอส โอ เอส ได้ โจทก์ย่อมมีสิทธิบอกเลิกสัญญาเห็นว่า ตามเอกสารเผยแพร่โครงการเอกสารหมาย จ.2 หน้า 9 ระบุว่า เครื่องเรียกความช่วยเหลือ เอส โอ เอส เป็นของขวัญที่ลูกค้าจะได้รับในจำนวนของขวัญทั้งหมดรวม 9 รายการ และไม่ได้กำหนดไว้ในสัญญาจะซื้อจะขายเอกสารหมาย จ.7 นอกจากนั้นข้อเท็จจริงยุติตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย โดยโจทก์ไม่ได้ฎีกาโต้แย้งว่า เหตุที่จำเลยมิได้ปฏิบัติให้ตรงตามคำโฆษณา ก็เพราะบริษัท เอส โอ เอส (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดจำหน่ายได้เลิกกิจการไปเพราะเครื่องเรียกความช่วยเหลือ เอส โอ เอส ไม่สามารถทำงานได้ตามที่โฆษณา จำเลยได้มอบให้นายสุรชัย คำแฝง ฟ้องเรียกค่าเสียหายแล้วและจำเลยได้ติดต่อขอซื้อเครื่องเรียกความช่วยเหลือจากบริษัทแอดวานซ์ คอนโทรลแอนด์ ซิเคียวริตี้ การ์ด จำกัด ซึ่งมีคุณภาพดีกว่าและราคาสูงกว่าคือ ราคาเครื่องละประมาณ 13,000 บาท มาติดตั้งแทน และจำเลยได้ยื่นข้อเสนอติดตั้งเครื่องชนิดใหม่นี้แก่โจทก์แต่โจทก์ไม่ตกลงด้วย ปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นลงวันที่ 27 มิถุนายน 2539 ฉะนั้น การที่จำเลยไม่ได้ปฏิบัติให้ตรงตามคำโฆษณาจึงไม่ได้เกิดจากความผิดของจำเลย โจทก์ไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ ฎีกาโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น โจทก์ฎีกาข้อสุดท้ายว่า การก่อสร้างล่าช้าของจำเลยเป็นสาระสำคัญที่เป็นเหตุให้โจทก์มีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ ข้อเท็จจริงยุติตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยโดยโจทก์ไม่ได้ฎีกาโต้แย้งว่าเหตุที่ก่อสร้างล่าช้า ส่วนหนึ่งเกิดจากโจทก์ขอเปลี่ยนแปลงรายการก่อสร้างให้ผิดไปจากสัญญา ปรากฏตามภาพถ่ายหนังสือของโจทก์เอกสารหมาย ล.3 และ ล.4 เมื่อจำเลยแจ้งให้โจทก์ไปตรวจความเรียบร้อยตามเอกสารหมาย จ.36 และ จ.37 โจทก์ก็ไม่ได้ทักท้วงเรื่องการก่อสร้างล่าช้า แต่ได้เข้าตรวจดูความเรียบร้อยปรากฏตามเอกสารหมาย จ.38 ในหนังสือบอกกล่าวให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญาเอกสารหมาย จ.42 และ จ.45 โจทก์ไม่ได้กล่าวอ้างถึงความล่าช้าข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่า โจทก์จำเลยมิได้ถือเอาเรื่องระยะเวลาการก่อสร้างตามที่กำหนดไว้ในสัญญาจะซื้อจะขายเอกสารหมาย จ.7 เป็นสาระสำคัญ โจทก์จึงไม่อาจอ้างเหตุดังกล่าวบอกเลิกสัญญาได้ ฎีกาโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3917/2542 นางสาว วรรณี วรรณพานิช โจทก์ บริษัท นวคุณเรียลเอสเตท จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาว วรรณี วรรณพานิช · จำเลย - บริษัท นวคุณเรียลเอสเตท จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สถิตย์ ไพเราะ · ม.ล.เฉลิมชัย เกษมสันต์ · ศุภชัย ภู่งาม
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1609-1610/2519ฎีกา 5282/2540ฎีกา 6239/2551ฎีกา 1658/2527ฎีกา 2009/2515ฎีกา 570/2488ฎีกา 1946/2516ฎีกา 73/2522ฎีกา 1768/2549ฎีกา 1039/2541ฎีกา 44/2532ฎีกา 1434/2537ฎีกา 91/2541ฎีกา 3064/2523ฎีกา 3974/2532ฎีกา 4002/2543ฎีกา 660/2501ฎีกา 7523/2540ฎีกา 2111-2112/2529ฎีกา 848/2552ฎีกา 448/2540ฎีกา 566/2494ฎีกา 2428/2515ฎีกา 1887/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ