คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 437/2542
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลอุทธรณ์มิได้พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นในส่วนโทษกักขังแทนโทษจำคุก ย่อมต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษกักขังแทนโทษจำคุก และศาลอุทธรณ์มิได้พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ.มาตรา 219 ตรี และในกรณีนี้ ป.วิ.อ.มาตรา 221 ไม่ได้บัญญัติให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาหรือทำความเห็นแย้งในศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง คำอนุญาตของผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาในศาลชั้นต้นจึงไม่มีผลทำให้จำเลยทั้งสามมีสิทธิฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลแขวงชลบุรี · จำเลย - นายสามารถ วัวชนะหรือวัวชะนะ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชาญชัย ลิขิตจิตถะ · เธียรไท สุนทรนันท · ชวเลิศ โสภณวัต |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแขวงชลบุรี - นายธวัชชัย นิธิพิเชฐ · ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ - นางเปรมใจ กิติคุณไพโรจน์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา