คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4477/2542
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การพิจารณาว่าทรัพย์สินที่ได้มาในระหว่างสมรสเป็นสินสมรสหรือสินส่วนตัว ต้องพิจารณาตามบทกฎหมายที่ใช้บังคับในขณะที่ได้ทรัพย์สินนั้นมา หากได้มาโดยพินัยกรรมโดยไม่มีการระบุว่าเป็นสินส่วนตัว ถือเป็นสินสมรสตามกฎหมายที่ใช้บังคับในขณะนั้น
ย่อคำพิพากษา
การพิจารณาว่าทรัพย์สินที่ได้มาในระหว่างสามีภริยาเป็นประเภทใดต้องพิจารณาตามบทกฎหมายที่ใช้ในขณะที่ได้มา
จำเลยได้รับที่ดินพิพาทโดยทางพินัยกรรมในระหว่างสมรสและไม่มีการระบุว่าให้เป็นสินสมรสหรือสินส่วนตัวเมื่อปี พ.ศ. 2509 ในขณะที่ใช้ ป.พ.พ.บรรพ 5 เดิม ที่ดินพิพาทจึงเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์กับจำเลยตามบรรพ 5 เดิมมาตรา 1466 วรรคหนึ่ง แม้ต่อมาจะได้มีการแบ่งแยกที่ดินและออกโฉนดใหม่ เมื่อป.พ.พ. บรรพ 5 ที่ตรวจชำระใหม่ พ.ศ. 2519 ใช้บังคับแล้ว ก็เป็นเรื่องการแบ่งทรัพย์สินในระหว่างผู้ถือกรรมสิทธิ์รวม ไม่ทำให้ที่ดินพิพาทหลังจากแบ่งแยกโฉนดแล้วเปลี่ยนเป็นสินส่วนตัวตามมาตรา 1471 (3)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายละออง ณ สกุล · จำเลย - นางขนิษฐาหรือบุญชู ณ สกุล |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จังหวัด วิเชียรสรรค์ · อำนวย สุขพรหม · อธิราช มณีภาค |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง - นายพิศาล อัยยะวรากูล · ศาลอุทธรณ์ - นางสาวสมบูรณ์ นิละทัต |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา