⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5048/2542

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5048/2542

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อคู่ความตกลงให้ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ ค่าธรรมเนียมในการอายัดเงินซึ่งบุคคลภายนอกนำมาวางต่อศาลย่อมตกเป็นพับด้วย คู่ความฝ่ายใดเป็นผู้ดำเนินกระบวนพิจารณาให้ศาลสั่งจ่ายเงินที่อายัดย่อมมีหน้าที่ชำระค่าธรรมเนียมนั้น

ย่อคำพิพากษา

โจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน โดยตกลงให้ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ ค่าธรรมเนียม ในการอายัดเงินของจำเลยซึ่งบุคคลภายนอกนำมาวางต่อศาลชั้นต้นย่อมตกเป็นพับด้วย ค่าธรรมเนียมการอายัดเงินจะเรียกเก็บต่อเมื่อมีการขอให้จ่ายเงินมิใช่เรียกเก็บในขณะที่มีการอายัด เมื่อโจทก์เป็นผู้ขอให้จ่ายเงินที่อายัดไว้ให้แก่โจทก์และจำเลยก็เป็นผู้ขอให้จ่ายเงินที่อายัดไว้ให้แก่จำเลย จึงต้องถือว่าต่างฝ่ายต่างเป็นคู่ความผู้ดำเนินกระบวนพิจารณาซึ่งมีหน้าที่ชำระค่าธรรมเนียมในส่วนของตนตาม ป.วิ.พ. มาตรา 149 วรรคหนึ่ง โจทก์ต้องเสียค่าธรรมเนียมการอายัดร้อยละ 3 ครึ่ง ส่วนจำเลยที่ 1 เสียค่าธรรมเนียมการอายัดร้อยละ 1 ทั้งนี้ ตาม ตาราง 5 ท้าย ป.วิ.พ. ข้อ 2 และข้อ 4 ค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดี ตามตาราง 5 ท้าย ป.วิ.พ. ข้อ 4 และข้อ 5 ประกอบ ป.วิ.พ. มาตรา 149 วรรคหนึ่ง มีหลักการสำคัญว่า คู่ความฝ่ายใดเป็นผู้ดำเนินกระบวนพิจารณาให้ศาลสั่งจ่ายเงินที่อายัดย่อมมีหน้าที่ชำระค่าธรรมเนียมนั้น เมื่อจำเลยที่ 1 เป็นผู้ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีจ่ายเงินที่อายัด จำเลยก็ต้องเสียค่าธรรมเนียม ในอัตราร้อยละ 1 ของจำนวนเงินที่อายัดตามตาราง 5 ข้อ 4 แม้จำเลยจะมิได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการขออายัดเงินนั้น ก็ตาม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.149

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

กรณีสืบเนื่องมาจากจำเลยที่ ๑ ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์ทั้งสอง ให้โจทก์ทั้งสองได้รับเงิน ๑๗,๑๑๐,๐๐๐ บาท และให้จำเลยที่ ๑ ได้รับเงิน ๑๑,๘๐๐,๐๐๐ บาท จากเงินที่บริษัทเหล็กไทยอินเดีย จำกัด นำมาวาง ศาลชั้นต้นไว้ตามที่โจทก์ทั้งสองร้องขอคุ้มครองชั่วคราว ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ซึ่งศาลชั้นต้นได้พิพากษา ตามยอม และคดีถึงที่สุดแล้ว เมื่อจำเลยที่ ๑ ขอรับเงิน ๑๑,๘๐๐,๐๐๐ บาท ตามสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าว เจ้าหน้าที่ศาลได้หักค่าธรรมเนียมการอายัดจากส่วนของโจทก์ทั้งสองร้อยละ ๓ ครึ่ง เป็นเงิน ๕๙๘,๘๕๐ บาท จากส่วนของจำเลยที่ ๑ ร้อยละ ๑ เป็นเงิน ๑๑๘,๐๐๐ บาท รวมทั้งสิ้นเป็นเงิน ๗๑๖,๘๕๐ บาท จากจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ ยื่นคำร้องคัดค้านว่า จำเลยที่ ๑ ไม่มีหน้าที่ต้องเสียค่าธรรมเนียมดังกล่าวขอให้สั่งจ่ายเงิน ๗๑๖,๘๕๐ บาท แก่จำเลยที่ ๑ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ศาลมีคำสั่งให้อายัดชั่วคราวให้บุคคลภายนอกส่งเงินมาให้เพื่อประโยชน์ในการ บังคับคดี เมื่อมีการจ่ายเงินจากบัญชีของศาล ฟังได้ว่ามีการบังคับคดีแล้ว การที่เจ้าหน้าที่ศาลคิดค่าธรรมเนียม จำนวน ๗๑๖,๘๕๐ บาท ถูกต้องแล้ว ยกคำร้อง จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อโจทก์ทั้งสองกับจำเลยที่ ๑ ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน โดยตกลงให้ ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับแล้ว ค่าธรรมเนียมในการอายัดเงินของจำเลยที่ ๑ ซึ่งบุคคลภายนอกนำมาวางต่อศาลชั้นต้น ย่อมตกเป็นพับด้วย และค่าธรรมเนียมการอายัดนี้จะเรียกเก็บต่อเมื่อมีการขอให้จ่ายเงินมิใช่เรียกเก็บในขณะที่มีการอายัด เมื่อโจทก์ทั้งสองเป็นผู้ขอให้จ่ายเงินที่อายัดไว้ให้แก่โจทก์ทั้งสอง และจำเลยที่ ๑ ก็เป็นผู้ขอให้จ่ายเงินที่อายัดไว้ให้แก่จำเลยที่ ๑ จึงต้องถือว่าต่างฝ่ายต่างเป็นคู่ความผู้ดำเนินกระบวนพิจารณาซึ่งมีหน้าที่ชำระค่าธรรมเนียมในส่วนของตนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๙ วรรคหนึ่ง โดยโจทก์ทั้งสองต้องเสียค่าธรรมเนียม การอายัดร้อยละ ๓ ครึ่ง ส่วนจำเลยที่ ๑ เสียค่าธรรมเนียมการอายัดร้อยละ ๑ ทั้งนี้ ตามตาราง ๕ ท้ายประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความแพ่ง ข้อ ๒ และข้อ ๔ อนึ่ง ค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดี ตามตาราง ๕ ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ข้อ ๔ และข้อ ๕ ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๙ วรรคหนึ่ง มีหลักการสำคัญว่าคู่ความฝ่ายใดเป็น ผู้ดำเนินกระบวนพิจารณาให้ศาลสั่งจ่ายเงินที่อายัด ย่อมมีหน้าที่ชำระค่าธรรมเนียมนั้น เมื่อจำเลยที่ ๑ เป็นผู้ขอให้ เจ้าพนักงานบังคับคดีจ่ายเงินที่อายัด จำเลยที่ ๑ ก็ต้องเสียค่าธรรมเนียมในอัตราร้อยละ ๑ ของจำนวนเงินที่อายัดตาม ตาราง ๕ ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ข้อ ๔ แม้จำเลยที่ ๑ จะมิได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการดำเนินกระบวนพิจารณาเพื่อขออายัดเงินนั้นก็ตาม ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้น ให้จำเลยที่ ๑ ชำระค่าธรรมเนียม การอายัดในส่วนที่เป็นหน้าที่ของโจทก์ทั้งสองด้วยจึงไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา พิพากษาแก้เป็นว่า ให้คืนค่าธรรมเนียมการอายัดในส่วนของโจทก์ทั้งสองเป็นเงิน ๕๙๘,๘๕๐ บาท แก่จำเลยที่ ๑ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5048/2542 นายชัยวุฒิ เตชะธนอิทธิกุล กับพวก โจทก์ นายบุญมี ตั้งธนาลิต กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายชัยวุฒิ เตชะธนอิทธิกุล กับพวก · จำเลย - นายบุญมี ตั้งธนาลิต กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ · ผล อนุวัตรนิติการ · สายันต์ สุรสมภพ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายปกรณ์ วงศาโรจน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายวินัย ตุลยภักดิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 802/2491ฎีกา 1913/2520ฎีกา 4024/2536ฎีกา 795/2510ฎีกา 1383/2506ฎีกา 3221/2534ฎีกา 3403/2524ฎีกา 615-616/2488ฎีกา 8277/2551ฎีกา 292/2502ฎีกา 1094/2495ฎีกา 10842/2558ฎีกา 5303/2533ฎีกา 1251/2493ฎีกา 1426/2493ฎีกา 1958/2536ฎีกา 725/2512ฎีกา 701/2506ฎีกา 1001/2529ฎีกา 492/2511ฎีกา 648/2538ฎีกา 389/2494ฎีกา 2923/2528ฎีกา 5045/2547
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา