⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5204/2542

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5204/2542

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาที่มีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมายย่อมตกเป็นโมฆะ และไม่อาจบังคับให้ปฏิบัติตามได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์และจำเลยต่างเป็นสมาชิกนิคมสร้างตนเองและต่างได้รับจัดสรรที่ดินคนละหนึ่งแปลง ต่อมาจำเลย ขายที่ดินซึ่งได้รับการจัดสรรให้โจทก์แต่ไม่สามารถโอนสิทธิให้โจทก์ได้เนื่องจากติดเงื่อนไขข้อห้ามโอนตาม พ.ร.บ. จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 จำเลยจึงได้ส่งมอบที่ดินพิพาทให้โจทก์เข้าครอบครองเพียงอย่างเดียวโดย มีข้อตกลงระหว่างกันเองว่าจำเลยจะจดทะเบียนโอนสิทธิให้โจทก์เมื่อมีกฎหมายหรือกฎระเบียบอนุญาตให้ทำได้ ดังนี้เมื่อโจทก์และจำเลยจงใจหลีกเลี่ยงข้อห้ามตามพระราชบัญญัติดังกล่าว ข้อสัญญาระหว่างโจทก์และจำเลยจึงมี วัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย จึงตกเป็นโมฆะ แม้จำเลยจะไม่ยอมจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ โจทก์ก็ไม่อาจบังคับจำเลยให้ปฏิบัติตามสัญญาได้ และในเมื่อจำเลยก็ปฏิบัติฝ่าฝืนพระราชบัญญัติดังกล่าวเช่นเดียวกับโจทก์ การที่จำเลยได้สละสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทแล้ว จำเลยย่อมหมดสิทธิทุกประการเหนือ ที่ดินพิพาท จึงไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่โจทก์ออกจากที่ดินพิพาทเช่นกัน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.150 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1377 พระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ.2511 ม.8 พระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ.2511 ม.27

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาให้จำเลยจดทะเบียนโอนสิทธิครอบครองในที่ดิน ตามหนังสือรับรองการ ทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) แก่โจทก์ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีคำพิพากษา หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย จำเลยให้การขอให้ยกฟ้องและฟ้องแย้งขอให้ขับไล่โจทก์ให้โจทก์ขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากที่ดิน ห้ามโจทก์และบริวารเข้าเกี่ยวข้องในที่ดินพิพาทอีกต่อไป ให้โจทก์ชดใช้ค่าเสียหายแก่จำเลยเดือนละ 5,000 บาท นับแต่วันฟ้องแย้งเป็นต้นไปจนกว่าจะออกจากที่ดินพิพาท โจทก์ให้การขอให้ยกฟ้องแย้งของจำเลย ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์และยกฟ้องแย้งของจำเลย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยฎีกาโดยผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่าที่ดินพิพาทอยู่ในเขตนิคมสร้างตนเองลำตะคอง ตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 351 ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2515 และ พ.ร.บ. จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 โจทก์และจำเลยเป็นสมาชิกนิคม จำเลยได้รับจัดสรรที่ดินพิพาทให้เข้าครอบครอง ส่วนโจทก์ได้รับจัดสรรที่ดินแปลงอื่นให้เข้าครอบครองอยู่แล้ว เมื่อปี 2524 จำเลยขายที่ดินพิพาทให้โจทก์และนายกรุ่น สามีโจทก์ โดยจำเลยส่งมอบที่ดินพิพาทให้โจทก์และสามีเข้าครอบครอง จำเลยเองย้ายไปอยู่จังหวัดอื่น แต่โจทก์และสามีไม่อาจอ้างชื่อตนเหนือที่ดินพิพาทแสดงต่อนิคมหรือทางราชการได้ เนื่องจากโจทก์และสามีมีที่ดินที่ได้รับจัดสรรอยู่ก่อนแล้ว เมื่อนำมารวมกับที่ดินพิพาทจะเกินสิทธิที่จะพึงได้รับจัดสรร ประการหนึ่ง และ พ.ร.บ. จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 ห้ามโอนสิทธิการเข้าทำประโยชน์ ให้ผู้อื่นในขณะนั้นโดยไม่ได้รับอนุญาต อีกประการหนึ่ง โจทก์และสามีจึงต้องปล่อยให้ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินจัดสรร ในนามจำเลยเป็นผู้ครอบครองต่อมา และขอให้ทางราชการออกหลักฐานเกี่ยวกับที่ดินพิพาทในนามจำเลยตลอดมา โดยมีข้อตกลงระหว่างกันเองว่า จำเลยจะจดทะเบียนโอนสิทธิในที่ดินพิพาทให้โจทก์และสามี เมื่อถึงเวลาที่กฎหมายหรือกฎระเบียบอนุญาตให้กระทำได้ แต่จำเลยบิดพลิ้ว ข้อที่โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนโอน สิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) ให้แก่โจทก์ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์จงใจหลีกเลี่ยงข้อห้ามตาม พ.ร.บ. จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 การกระทำของโจทก์มีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย จึงตกเป็นโมฆะ และพิพากษายกฟ้องโจทก์ คดีถึงที่สุด คงมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยมีสิทธิฟ้องแย้ง ขอให้ขับไล่โจทก์ออกจากที่ดินพิพาทได้หรือไม่ เห็นว่า แม้ข้อสัญญาระหว่างโจทก์ สามีโจทก์และจำเลยจะตกเป็นโมฆะ โจทก์และสามีไม่อาจบังคับจำเลยให้ปฏิบัติตามสัญญาได้ แต่จำเลยเอง ก็ปฏิบัติ ฝ่าฝืน พ.ร.บ. จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 และจำเลยได้สละสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทแล้ว จำเลยย่อมหมดสิทธิทุกประการเหนือที่ดินพิพาท จึงไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่โจทก์ออกจากที่ดินพิพาท พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5204/2542 นางพยุง ปาซ่อนกลิ่น โจทก์ นายวิชัย อ่ำตระกูล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางพยุง ปาซ่อนกลิ่น · จำเลย - นายวิชัย อ่ำตระกูล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประดิษฐ์ สิงหทัศน์ · กมล เพียรพิทักษ์ · สมชาย พงษธา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสีคิ้ว - นายชยุตม์ ประภากมล · ศาลอุทธรณ์ - นายกฤษณ์ ผือโย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1394/2549ฎีกา 2971/2543ฎีกา 1188/2493ฎีกา 356/2530ฎีกา 142/2492ฎีกา 6667/2542ฎีกา 1099/2550ฎีกา 5465-5466/2555ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 759/2494ฎีกา 2757/2538ฎีกา 1405/2515ฎีกา 3803/2565ฎีกา 7200/2540ฎีกา 1280/2492ฎีกา 933/2560ฎีกา 107/2493ฎีกา 961/2566ฎีกา 1783/2551ฎีกา 8732/2549ฎีกา 4332/2536ฎีกา 5236/2542ฎีกา 7706/2548ฎีกา 4823/2548
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา