⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 588/2542

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 588/2542

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดฐานผลิตและมีวัตถุออกฤทธิ์ไว้ในครอบครองเพื่อขาย ซึ่งเป็นจำนวนเดียวกัน ถือเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท มิใช่เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน

ย่อคำพิพากษา

จำเลยผลิตอีเฟดรีนและมีอีเฟดรีนที่ได้ผลิตขึ้นตามฟ้องไว้ในครอบครองเพื่อขาย เมื่ออีเฟดรีนที่จำเลยกับพวกร่วมกันผลิตและมีไว้ในครอบครองเพื่อขายเป็นจำนวนเดียวกัน การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท มิใช่เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน คดีก่อนโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานร่วมกันขายยาอีเฟดรีนผสมคาเฟอีนจำนวน 30,394 เม็ด อันเป็นยาแผนปัจจุบัน และเป็นยาอันตรายที่มิได้ขึ้นทะเบียนตำรับยาตามกฎหมาย เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 มาตรา4, 12, 72, 79, 101, 122, 126 ซึ่งแตกต่างจากคดีนี้ที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานผลิตและขายอีเฟดรีน ซึ่งเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 เป็นความผิดตามพ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 มาตรา 4, 5, 6, 13 ทวิ,62, 89, 106, 116 อันมีองค์ประกอบของความผิดแตกต่างกัน และของกลางก็เป็นคนละจำนวนกัน ฟ้องโจทก์คดีนี้จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำ เมื่อโจทก์มีทั้งพยานบุคคล พยานเอกสาร รวมทั้งวัตถุพยานพอรับฟังได้ว่าจำเลยเป็นผู้กระทำความผิด แม้จำเลยจะให้การรับสารภาพในชั้นจับกุม คำรับของจำเลยก็ไม่เป็นประโยชน์แก่ศาลในการพิจารณา จึงไม่มีเหตุบรรเทาโทษ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 ม.89

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.๒๕๑๘ มาตรา ๔, ๕, ๖, ๑๓ ทวิ, ๖๒, ๘๙, ๑๐๖,๑๑๖ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒, ๓๓, ๙๑, ๘๓ และริบของกลางให้แก่กระทรวงสาธารณสุขกับนับโทษจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษของจำเลยที่ ๑ ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๗๕๓/๒๕๓๖ ของศาลจังหวัดราชบุรี จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.๒๕๑๘ มาตรา ๑๓ ทวิ วรรคแรก, ๘๙ เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ให้ลงโทษฐานผลิตอีเฟดรีนจำคุก ๒๐ ปี ฐานขายอีเฟดรีน จำคุก ๒๐ ปี รวมจำคุกจำเลยมีกำหนด ๔๐ ปีริบของกลางทั้งหมด เว้นแต่รถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ๙ ค - ๗๙๖๑ กรุงเทพมหานคร และจักรเย็บผ้าให้แก่กระทรวงสาธารณสุข ส่วนข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นฟังได้ว่า เมื่อวันที่๙ เมษายน ๒๕๓๖ เวลาประมาณ ๖ นาฬิกา พันตำรวจโทนัฎฐ์ เจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรอำเภอบางบัวทองกับพวกเข้าตรวจค้นบ้าน ๓ หลัง คือบ้านเลขที่๑๐๓/๘๑ เลขที่ ๑๑๑/๒๑๐ และเลขที่ ๑๑๕/๑๙๔ หมู่บ้านบัวทอง หมู่ที่ ๔ ตำบลบางรักพัฒนา อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี พบยาเม็ด ผงเกล็ดสี เครื่องจักรส่วนผสม อุปกรณ์ ภาชนะและสิ่งของตามบัญชีรายการตรวจยึดทรัพย์ของกลาง พร้อมทั้งจับกุมนายธนาคาร บุตรชายจำเลย และนางสาวกาญจนาภริยาจำเลยได้ที่บ้านเลขที่ ๑๑๑/๒๑๐ นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี ต่อมาพนักงานสอบสวนส่งของกลางดังกล่าวไปตรวจพิสูจน์ ปรากฏว่ายาเม็ดจำนวน ๒,๔๐๐ เม็ด ที่ตรวจยึดได้ที่บ้านเลขที่ ๑๐๓/๘๑ ยาเม็ดจำนวน ๕๐,๐๐๐ เม็ด และผงเกล็ดสีน้ำหนัก ๑๐ กิโลกรัมที่ตรวจยึดได้ที่บ้านเลขที่ ๑๑๕/๑๙๔ เป็นอีเฟดรีน ซึ่งเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๒ คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยข้อแรกว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยผลิตอีเฟดรีนและมีอีเฟดรีนที่ได้ผลิตขึ้นไว้ในครอบครองเพื่อขาย ที่จำเลยฎีกาว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียวเพราะจำเลยมีเจตนาเพื่อขายและกระทำความผิดในวาระเดียวกัน คือผลิตแล้วขายไป จึงลงโทษฐานผลิตและฐานขายอีเฟดรีนเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันไม่ได้นั้น เห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยกับพวกร่วมกันขายอีเฟดรีนซึ่งเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๒ โดยการร่วมกันมีอีเฟดรีนที่จำเลยกับพวกร่วมกันผลิตจำนวนดังกล่าวในฟ้องข้อ ๑ ก.ไว้ในครอบครองของจำเลยกับพวก เพื่อขายจำหน่าย จ่าย แจกให้แก่ผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่และไม่ได้รับการยกเว้นใด ๆ ตามกฎหมาย เมื่ออีเฟดรีนที่จำเลยกับพวกร่วมกันผลิตและมีไว้ในครอบครองเพื่อขายเป็นจำนวนเดียวกัน การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท มิใช่เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ที่จำเลยฎีกาต่อไปว่า จำเลยถูกจับกุมที่จังหวัดราชบุรีอันเป็นผลต่อเนื่องให้เจ้าพนักงานตำรวจขยายผลตรวจค้นบ้านของจำเลยทั้งสามหลังและพบของกลางเป็นจำนวนมาก คดีที่ศาลจังหวัดราชบุรีปรากฏว่าศาลอุทธรณ์ภาค ๓ ได้มีคำพิพากษาอันถึงที่สุดไปแล้ว โจทก์มาฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้อีก จึงเป็นฟ้องซ้ำนั้น เห็นว่า คดีก่อนโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานร่วมกันขายยาอีเฟดรีนผสมคาเฟอีนจำนวน ๓๐,๓๙๔ เม็ด อันเป็นยาแผนปัจจุบันและเป็นยาอันตรายที่มิได้ขึ้นทะเบียนตำรับยาตามกฎหมาย เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ.๒๕๑๐มาตรา ๔, ๑๒, ๗๒, ๗๙, ๑๐๑, ๑๒๒, ๑๒๖ ซึ่งแตกต่างจากคดีนี้ที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานผลิตและขายอีเฟดรีน ซึ่งเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๒เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.๒๕๑๘มาตรา ๔, ๕, ๖, ๑๓ ทวิ, ๖๒, ๘๙, ๑๐๖, ๑๑๖ อันมีองค์ประกอบของความผิดแตกต่างกันและของกลางก็เป็นคนละจำนวนกัน ฟ้องโจทก์คดีนี้จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำ คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยข้อสุดท้ายว่า เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและศาลชั้นต้นยกขึ้นวินิจฉัย ศาลจะต้องลดโทษให้จำเลยหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์มีทั้งพยานบุคคล พยานเอกสาร รวมทั้งวัตถุพยานพอรับฟังได้ว่าจำเลยเป็นผู้กระทำความผิด แม้จำเลยจะให้การรับสารภาพในชั้นจับกุม คำรับของจำเลยก็ไม่เป็นประโยชน์แก่ศาลในการพิจารณา จึงไม่มีเหตุบรรเทาโทษ ที่ศาลล่างทั้งสองใช้ดุลพินิจไม่ลดโทษให้จำเลยนั้นชอบแล้ว พิพากษาแก้เป็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทซึ่งมีโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานผลิตอีเฟดรีน จำคุก ๒๐ ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๒. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 588/2542 พนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี โจทก์ นายสุรชาติหรือสุชาติ น้าวไกรสรหรือน้าวไกรศรหรือน้าวไกสร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี · จำเลย - นายสุรชาติหรือสุชาติ น้าวไกรสรหรือน้าวไกรศรหรือน้าวไกสร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ผล อนุวัตรนิติการ · สมลักษณ์ จัดกระบวนพล · สายันต์ สุรสมภพ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนนทบุรี - นายธวัชชัย สุรักขกะ · ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ - นายสมนึก สุขะมงคล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1332-1335/2511ฎีกา 180/2554ฎีกา 1656/2512ฎีกา 19406/2555ฎีกา 5305/2539ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1124/2496ฎีกา 1715/2545ฎีกา 5598/2540ฎีกา 633/2540ฎีกา 3911/2568ฎีกา 6416/2541ฎีกา 7281/2537ฎีกา 1666/2521ฎีกา 1979/2521ฎีกา 4519/2544ฎีกา 1499/2531ฎีกา 1790/2521ฎีกา 801/2503ฎีกา 11/2539ฎีกา 5806/2534ฎีกา 3310/2541ฎีกา 34/2521ฎีกา 9083/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา