⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7116/2542

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7116/2542

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลแรงงานมีอำนาจเรียกพยานมาสืบเองเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม แม้พยานนั้นจะไม่ได้ระบุไว้ในบัญชีระบุพยานของคู่ความก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

ข้อกำหนดศาลแรงงานว่าด้วยการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลแรงงาน ข้อ 10 ซึ่งออกบังคับใช้โดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 29 ให้อำนาจศาลแรงงานสอบถามคู่ความแต่ละฝ่ายว่าประสงค์จะอ้างและสืบพยานใดบ้างแล้วจดรายชื่อและที่อยู่ของพยานบุคคล สภาพและสถานที่เก็บของพยานเอกสารหรือพยานวัตถุไว้หรือจะให้คู่ความทำบัญชีระบุพยานยื่นต่อศาลแรงงานภายในวันนั้นหรือภายในกำหนด 2 วัน ก็ได้ หากศาลแรงงานเห็นว่าพยานที่คู่ความมานำสืบยังไม่ได้ข้อเท็จจริงแห่งคดีแจ้งชัด ศาลแรงงานก็มีอำนาจตามมาตรา 45 ที่จะเรียกพยานมาสืบได้เองตามที่เห็นสมควรและเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม จึงเป็นกรณีมีบทบัญญัติกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีแรงงานเป็นการเฉพาะแล้ว ไม่อาจนำ ป.วิ.พ. มาตรา 87 (2) , 88 มาอนุโลมใช้ แม้บัญชีระบุพยานจำเลยระบุเพียง "ฝ่ายกฎหมาย บริษัทสาธรคาร์เร้นท์ จำกัด" โดยไม่ได้ระบุชื่อ ส. เป็นพยานจำเลย ศาลแรงงานกลางก็สามารถรับฟังคำเบิกความของ ส. เป็นพยานได้ในฐานะพยานที่ศาลแรงงานกลางเห็นสมควรสืบเองตาม พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 45 วรรคหนึ่ง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.87 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.88 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.29 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.31 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.44 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.45

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหายเป็นเงิน 300,000 บาท ค่าชดเชยเป็นเงิน 114,000 บาท ค่าสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นเงิน 25,967 บาท ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อน 8,867 บาท ค่าจ้างค้างชำระเป็นเงิน 22,673 บาท ค่าเบี้ยเลี้ยงเป็นเงิน 3,600 บาท พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมายนับแต่วันเลิกจ้างจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า โจทก์ได้รับอนุมัติจากจำเลยให้ไปปฏิบัติงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือตั้งแต่วันที่ 16 - 28 สิงหาคม 2540 โจทก์ได้ขอเบิกเงินค่าเช่ารถ ค่าเบี้ยเลี้ยง และค่าที่พักเป็นเวลา 12 วัน แต่โจทก์ไม่ได้ปฏิบัติงานในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กลับทำหลักฐานขอเบิกเงินค่าเช่ารถ ค่าเบี้ยเลี้ยง จึงเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ การเลิกจ้างโจทก์มิใช่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม จำเลยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าเสียหายและค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี โจทก์ได้รับค่าจ้างและค่าเบี้ยเลี้ยงที่จำเลยค้างชำระเป็นที่พอใจแล้ว ไม่ติดใจเรียกร้องอีก จึงไม่วินิจฉัยในส่วนนี้ พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ที่โจทก์อุทธรณ์ว่า ศาลแรงงานกลางรับฟังคำเบิกความของนายสรรเพชรพยานจำเลยมาวินิจฉัยให้โจทก์แพ้คดีโดยจำเลยไม่ได้ระบุชื่อนายสรรเพชรไว้ในบัญชีระบุพยาน เป็นการรับฟังพยานโดยฝ่าฝืนกฎหมายนั้น เห็นว่า ข้อกำหนดศาลแรงงานว่าด้วยการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลแรงงาน ข้อ 10 ซึ่งออกใช้บังคับโดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 29 ให้อำนาจศาลแรงงานสอบถามคู่ความแต่ละฝ่ายว่าประสงค์จะอ้างและสืบพยานใดบ้างแล้วจดรายชื่อและที่อยู่ของพยานบุคคล สภาพและสถานที่เก็บของพยานเอกสารหรือพยานวัตถุไว้ หรือจะให้คู่ความทำบัญชีระบุพยานยื่นต่อศาลแรงงานในวันนั้นหรือภายในกำหนด 2 วัน ก็ได้ หากศาลแรงงานเห็นว่า พยานที่คู่ความนำมาสืบยังไม่ได้ข้อเท็จจริงแห่งคดีแจ้งชัด ศาลแรงงานก็มีอำนาจตามมาตรา 45 ที่จะเรียกพยานหลักฐานมาสืบได้เองตามที่เห็นสมควรและเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ซึ่งเป็นกรณีที่มีบทบัญญัติกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีแรงงานเป็นการเฉพาะแล้ว ไม่อาจนำบทบัญญัติแห่ง ป.วิ.พ. มาตรา 87 (2) และมาตรา 88 มาอนุโลมใช้บังคับแก่การดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลแรงงานตาม พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31 ได้ เมื่อศาลแรงงานมีอำนาจเรียกพยานมาสืบได้เองหรือกำหนดให้คู่ความนำพยานมาสืบโดยจะให้ยื่นบัญชีระบุพยานหรือไม่ก็ได้ดังกล่าวมาแล้ว ดังนั้นแม้จำเลยจะยื่นบัญชีระบุพยานเพียงว่า "ฝ่ายกฎหมาย บริษัทสาธรคาร์เร้นท์ จำกัด" มิได้ระบุชื่อนายสรรเพชร (ไม่ปรากฏนามสกุล) เป็นพยานจำเลยไว้ แต่ศาลแรงงานกลางรับฟังคำเบิกความของนายสรรเพชรเป็นพยานได้ในฐานะเป็นพยานที่ศาลแรงงานกลางเห็นสมควรสืบเองตาม พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 45 วรรคหนึ่ง การที่ศาลแรงงานกลางรับฟังคำเบิกความของนายสรรเพชรจึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7116/2542 นายธนภูมิ เรือนใจมั่น โจทก์ บริษัทการ์ดิเนียฟู้ดส์ (ประเทศไทย) จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายธนภูมิ เรือนใจมั่น · จำเลย - บริษัทการ์ดิเนียฟู้ดส์ (ประเทศไทย) จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อร่าม หุตางกูร · พิมล สมานิตย์ · ธนะพัฒน์ แจ่มจันทร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายพรเทพ อัมพรกลิ่นแก้ว · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4715/2542ฎีกา 4359/2540ฎีกา 2076/2542ฎีกา 2307/2518ฎีกา 4838/2548ฎีกา 685/2550ฎีกา 3007/2525ฎีกา 2732/2534ฎีกา 1968/2533ฎีกา 2328/2533ฎีกา 8875/2542ฎีกา 698/2537ฎีกา 5086/2537ฎีกา 149/2526ฎีกา 1416-1418/2508ฎีกา 1969/2515ฎีกา 421/2532ฎีกา 4549/2540ฎีกา 2752/2537ฎีกา 2572/2541ฎีกา 7198/2544ฎีกา 280/2505ฎีกา 7937/2538ฎีกา 2093/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา