⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7154/2542

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7154/2542

ป.วิ.แพ่ง ม.208

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำร้องขอให้พิจารณาใหม่ต้องระบุเหตุแห่งคำร้องให้ชัดแจ้งว่าคำพิพากษาศาลชั้นต้นไม่ถูกต้องอย่างไร และหากมีการพิจารณาใหม่ตนจะชนะคดีอย่างไร

ย่อคำพิพากษา

คำร้องขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยบรรยายว่า ศาลชั้นต้นพิพากษาคดีโดยฟังข้อเท็จจริงจากพยานเอกสารและพยานบุคคลของฝ่ายโจทก์แต่เพียงฝ่ายเดียว แต่จำเลยมิได้อ้างเหตุให้ชัดแจ้งว่าคำพิพากษาศาลชั้นต้นไม่ถูกต้องอย่างไร และหากมีการพิจารณาใหม่จำเลยจะชนะคดีอย่างไร แม้จะกล่าวมาด้วยว่าจำเลยมีหลักฐานเอกสารที่จะหักล้างข้อกล่าวอ้างของโจทก์ ก็เป็นการกล่าวอ้างลอย ๆ หาได้คัดค้านในเนื้อหาแห่งคำตัดสินชี้ขาดของศาลชั้นต้นไม่ จึงเป็นคำร้องที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208 วรรคสอง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.208

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.208 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระหนี้จำนองที่ดินเป็นเงิน 5,788,692 บาท พร้อมดอกเบี้ยจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีโจทก์ไปฝ่ายเดียวแล้วพิพากษาให้จำเลยทำการไถ่ถอนจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 10221 เป็นเงิน 5,770,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยหากไม่ไถ่ถอน ให้ยึดทรัพย์จำนองขายทอดตลาดชำระหนี้โจทก์ จำเลยยื่นคำร้องว่า การส่งคำคู่ความให้แก่จำเลยกระทำโดยไม่ชอบ เพราะโจทก์ระบุภูมิลำเนาของจำเลยไม่ถูกต้อง จำเลยจึงไม่ทราบว่าถูกฟ้องจำเลยมิได้มีเจตนาขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา และจำเลยมีหลักฐานเอกสารที่หักล้างข้อกล่าวอ้างของฝ่ายโจทก์ได้ อันจะทำให้ศาลพิจารณาพิพากษาคดีตามข้อเท็จจริงในทางเป็นคุณแก่จำเลยในที่สุดและเหตุที่ยื่นคำร้องล่าช้าเนื่องจากจำเลยไม่เคยทราบถึงการยึดทรัพย์ของเจ้าพนักงานบังคับคดีจนเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2539จำเลยได้ไปตรวจดูที่ดินของจำเลยพบประกาศยึดทรัพย์ของเจ้าพนักงานบังคับคดีและเมื่อได้ตรวจสอบสำนวนจากศาลจึงทราบถึงการฟ้องและคำพิพากษาของศาลชั้นต้นขอให้พิจารณาคดีใหม่และงดการบังคับคดี ศาลชั้นต้นตรวจคำร้องแล้วมีคำสั่งว่า จำเลยมิได้บรรยายให้เห็นถึงข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลที่ให้ตนแพ้คดี จึงไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208 ให้ยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่า ในส่วนข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลชั้นต้น จำเลยก็ได้บรรยายไว้อย่างชัดแจ้งว่าศาลชั้นต้นพิพากษาคดีนี้โดยฟังข้อเท็จจริงจากพยานเอกสารและพยานบุคคลของฝ่ายโจทก์แต่เพียงฝ่ายเดียวโดยจำเลยไม่ได้นำพยานหลักฐานฝ่ายตนมาโต้แย้งโดยจำเลยมีหลักฐานเอกสารที่จะหักล้างข้อกล่าวอ้างตามฟ้องและข้อนำสืบของฝ่ายโจทก์และจะเป็นเหตุให้ศาลพิจารณาพิพากษาคดีตามข้อเท็จจริงในทางเป็นคุณแก่จำเลยในที่สุดนั้น เห็นว่า คำร้องของจำเลยมิได้อ้างเหตุให้ชัดแจ้งว่าคำพิพากษาศาลชั้นต้นไม่ถูกต้องอย่างไร และหากมีการพิจารณาใหม่จำเลยจะชนะคดีได้อย่างไรแม้จะกล่าวมาด้วยว่าจำเลยมีหลักฐานเอกสารที่จะหักล้างขอกล่าวอ้างของโจทก์ก็เป็นการกล่าวอ้างลอย ๆ หาได้คัดค้านในเนื้อหาแห่งคำตัดสินชี้ขาดของศาลชั้นต้น จึงเป็นคำร้องที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208 วรรคสอง พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7154/2542 นาย ฉลาด กิจส่งเสริมธน กับพวก โจทก์ นาย ชัยพร อรัณยกานนท์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย ฉลาด กิจส่งเสริมธน กับพวก · จำเลย - นาย ชัยพร อรัณยกานนท์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิเทพ ศิริพากย์ · ไพโรจน์ คำอ่อน · ชวลิต ศรีสง่า
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1069/2527ฎีกา 345/2520ฎีกา 1633/2532ฎีกา 280/2530ฎีกา 1460/2515ฎีกา 3909/2535ฎีกา 3290/2525ฎีกา 5105/2528ฎีกา 324/2503ฎีกา 5011/2532ฎีกา 4041/2542ฎีกา 3934/2530ฎีกา 5768/2534ฎีกา 925/2526ฎีกา 2430/2533ฎีกา 1592/2521ฎีกา 126/2538ฎีกา 1155/2511ฎีกา 3178/2533ฎีกา 1554/2524ฎีกา 57/2522ฎีกา 4295/2534ฎีกา 1128/2519ฎีกา 6499/2542
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา