⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7171/2542

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7171/2542

ป.วิ.แพ่ง ม.23

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์เกินกว่าสองครั้ง ต้องมีพฤติการณ์พิเศษที่จำเป็นและสมควรแก่การขยายระยะเวลา.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ในคดีแพ่งไปแล้วถึง 2 ครั้ง ครั้งแรกอ้างว่ายังคัดคำพิพากษาไม่แล้วเสร็จโดยขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ออกไปอีก 30 วัน ครั้งที่สองอ้างว่า ค่าขึ้นศาลและค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทนโจทก์จำเลยที่ 2 จำเป็นต้องใช้ระยะเวลาเบิกจ่ายจึงขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ออกไปอีก30 วัน ศาลชั้นต้นอนุญาต ซึ่งเท่ากับว่าศาลชั้นต้นเห็นว่าเป็นพฤติการณ์พิเศษ และระยะเวลานับแต่จำเลยทราบคำพิพากษาศาลชั้นต้นจนถึงวันครบกำหนดระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นอนุญาตเป็นเวลานานถึง 64 วัน ซึ่งเป็นเวลาอันสมควรที่จำเลยจะเบิกจ่ายเงินดังกล่าวได้แล้ว แต่จำเลยกลับยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ออกไปอีกเป็นครั้งที่สามโดยมิได้อ้างเหตุพฤติการณ์พิเศษ คงอ้างแต่เพียงว่าจำเลยที่ 2 ยังมิได้ส่งเงินดังกล่าวมายังพนักงานอัยการทนายจำเลยที่ 2 เท่านั้น ซึ่งมิใช่พฤติการณ์พิเศษ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องของจำเลยที่ 2 นั้น ชอบแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.23

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.23 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๒ ชำระเงิน๑,๐๐๑,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคารออมสินแต่ไม่เกินอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยที่ ๒ ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้ตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี โดยกำหนดค่าทนายความให้ ๘,๐๐๐ บาท ยกฟ้องจำเลยที่ ๑ ค่าฤชาธรรมเนียม ส่วนของจำเลยที่ ๑ ให้เป็นพับ และได้อ่านคำพิพากษาให้โจทก์และจำเลยทั้งสองฟังเมื่อวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๔๐ ครบกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์วันที่ ๔ มกราคม ๒๕๔๑ ต่อมาเมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๔๐ จำเลยที่ ๒ ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ออกไปอีก ๓๐ วัน นับแต่วันครบกำหนดอุทธรณ์ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยายระยะเวลาออกไปถึงวันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๔๑ ต่อมาวันที่ ๒๒มกราคม ๒๕๔๑ จำเลยที่ ๒ ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ออกไปอีก ๓๐ วันนับแต่วันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๔๑ ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยายระยะเวลาออกไปถึงวันที่ ๖กุมภาพันธ์ ๒๕๔๑ ครั้นวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๑ จำเลยที่ ๒ ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาออกไปอีก ๑๕ วัน นับแต่วันครบกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ข้ออ้างตามคำร้องถือไม่ได้ว่า มีพฤติการณ์พิเศษให้ยกคำร้อง จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยว่า ที่จำเลยที่ ๒ ฎีกาว่า ข้ออ้างตามคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ของจำเลยที่ ๒ ลงวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๑เป็นพฤติการณ์พิเศษ เนื่องจากโดยระเบียบและทางปฏิบัติของส่วนราชการที่เป็นจำเลยเมื่อศาลมีคำพิพากษาแล้วพนักงานอัยการซึ่งเป็นทนายความของส่วนราชการจะต้องแจ้งความเห็นไปยังส่วนราชการว่าควรจะอุทธรณ์หรือไม่ หากส่วนราชการประสงค์จะอุทธรณ์ก็ต้องแจ้งความเห็นพร้อมส่งเงินค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายมายังสำนักงานอัยการสูงสุดเป็นเช็คสั่งจ่ายศาลที่จะทำการยื่นอุทธรณ์ซึ่งมีขั้นตอนมาก ย่อมต้องใช้ระยะเวลาพอสมควรนั้น เห็นว่า จำเลยที่ ๒ ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ไปแล้วถึง ๒ ครั้ง ครั้งแรกอ้างว่ายังคัดคำพิพากษาไม่แล้วเสร็จโดยขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ออกไปอีก ๓๐ วัน ซึ่งศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยายระยะเวลาออกไปถึงวันที่๒๖ มกราคม ๒๕๔๑ ครั้งที่สองอ้างว่า ค่าขึ้นศาลและค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทนโจทก์จำเลยที่ ๒ จำเป็นต้องใช้ระยะเวลาเบิกจ่ายจึงขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ออกไปอีก๓๐ วัน ศาลชั้นต้นก็อนุญาตให้ขยายระยะเวลาอุทธรณ์ออกไปจนถึงวันที่ ๖ กุมภาพันธ์๒๕๔๑ ซึ่งเท่ากับว่าศาลชั้นต้นเห็นว่าเป็นพฤติการณ์พิเศษ และระยะเวลานับแต่จำเลยที่ ๒ ทราบคำพิพากษาศาลชั้นต้นจนถึงวันครบกำหนดระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นอนุญาตเป็นเวลานานถึง ๖๔ วัน ซึ่งเป็นเวลาอันสมควรที่จำเลยที่ ๒ จะเบิกจ่ายเงินดังกล่าวได้แล้ว แต่จำเลยที่ ๒ กลับยื่นคำร้องลงวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๑ ขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ออกไปอีกโดยมิได้อ้างเหตุพฤติการณ์พิเศษอย่างใดอีก คงอ้างแต่เพียงว่า จำเลยที่ ๒ ยังมิได้ส่งเงินดังกล่าวมายังพนักงานอัยการทนายจำเลยที่ ๒เท่านั้น ซึ่งมิใช่พฤติการณ์พิเศษ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องของจำเลยที่ ๒ นั้น ชอบแล้ว พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7171/2542 นางชูชีพ วัฒนศิริโรจน์ โจทก์ กระทรวงมหาดไทย กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางชูชีพ วัฒนศิริโรจน์ · จำเลย - กระทรวงมหาดไทย กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วุฒินันท์ สุขสว่าง · สมบัติ เดียวอิศเรศ · ศุภชัย ภู่งาม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายสัญญา จีระออน · ศาลอุทธรณ์ - นายประพันธ์ ทรัพย์แสง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 176/2535ฎีกา 5983/2539ฎีกา 7032/2539ฎีกา 1843/2551ฎีกา 3542/2545ฎีกา 230/2510ฎีกา 1103/2554ฎีกา 5259/2546ฎีกา 4944/2536ฎีกา 16889/2557ฎีกา 8735/2542ฎีกา 403/2530ฎีกา 592/2546ฎีกา 7227-7228/2551ฎีกา 3192/2532ฎีกา 2981/2545ฎีกา 1049/2526ฎีกา 2316/2519ฎีกา 1251/2493ฎีกา 633/2562ฎีกา 2491-2493/2519ฎีกา 1006/2538ฎีกา 3668/2547ฎีกา 3975/2547
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา