⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7978/2542

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7978/2542

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่คู่สมรสฝ่ายหนึ่งนำสินสมรสไปจำนองโดยปราศจากความยินยอมของอีกฝ่ายหนึ่ง และผู้รับจำนองทราบว่าสินสมรสนั้นเป็นของคู่สมรสทั้งสองฝ่าย ถือว่านิติกรรมนั้นไม่สุจริตและไม่ชอบด้วยกฎหมาย คู่สมรสอีกฝ่ายจึงมีอำนาจฟ้องขอเพิกถอนนิติกรรมได้ คู่สมรสมีสิทธิบอกล้างสัญญาระหว่างสมรสได้ และการยื่นฟ้องคดีต่อศาลถือเป็นการใช้สิทธิบอกล้างแล้ว หากการบอกล้างมีผลบังคับ ทรัพย์สินจะกลับเป็นสินสมรส และคู่สมรสมีอำนาจฟ้องคดีเกี่ยวกับสินสมรสนั้นได้หากฟ้องภายในกำหนดเวลา

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 1 นำทรัพย์พิพาทซึ่งเป็นสินสมรสไปจำนองแก่ธนาคารจำเลยที่ 2 โดยปราศจากความยินยอมของโจทก์ ซึ่งเป็นภริยาที่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นการฝ่าฝืนต่อ ป.พ.พ. มาตรา 1476 (1) แต่จำเลยที่ 2 กลับรับจำนองไว้ โดยอ้างว่า ว. ซึ่งเป็นภริยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสของจำเลยที่ 1 ให้ความยินยอมแล้ว ย่อมถือได้ว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันทำนิติกรรมจำนองโดยไม่สุจริตและไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทั้งเป็นการโต้แย้งสิทธิโจทก์ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องขอเพิกถอนนิติกรรมจำนองดังกล่าวได้ตามมาตรา 1480 วรรคหนึ่ง บันทึกข้อตกลงเกี่ยวกับการจัดแบ่งทรัพย์สินที่ให้จำเลยที่ 1 มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างพิพาทนั้นเป็นสัญญาระหว่างสมรสตาม ป.พ.พ. มาตรา 1469 เมื่อโจทก์และจำเลยที่ 1 ยังไม่ได้จดทะเบียนหย่า โจทก์ย่อมมีสิทธิบอกล้างสัญญาระหว่างสมรสแก่จำเลยที่ 1 ได้ตามมาตรา 1469 การที่โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยที่ 1 ต่อศาลแพ่งกรุงเทพใต้ขอหย่าและขอแบ่งสินสมรส และศาลแพ่งกรุงเทพใต้เห็นว่าคดีไม่อยู่ในอำนาจของศาลดังกล่าว ย่อมถือได้ว่าโจทก์ได้ใช้สิทธิบอกล้างสัญญาระหว่างสมรสแล้ว อันเป็นการใช้สิทธิบอกล้างในขณะที่โจทก์และจำเลยที่ 1 ยังเป็นสามีภริยากัน ดังนั้น เมื่อโจทก์บอกล้างสัญญาระหว่างสมรสแล้ว ย่อมทำให้สัญญาดังกล่าวสิ้นความผูกพัน ทำให้ทรัพย์สินกลับเป็นสินสมรสดังเดิม และเมื่อโจทก์นำคดีนี้มาฟ้องต่อศาลที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาใหม่ภายในกำหนดระยะเวลาตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/17 วรรคสอง จึงต้องถือว่าขณะฟ้องคดีนี้ข้อตกลงเกี่ยวกับการจัดแบ่งทรัพย์สิน ซึ่งเป็นสัญญาระหว่างสมรสระหว่างโจทก์และจำเลยที่ 1 ได้สิ้นผลแล้ว ทรัพย์พิพาทจึงเป็นสินสมรสอยู่ขณะฟ้อง โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีนี้ได้ การขอให้เพิกถอนนิติกรรมตาม ป.พ.พ. มาตรา 1480 คู่สมรสต้องขอเพิกถอนนิติกรรมทั้งหมด จะเพิกถอนเฉพาะส่วนหาได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.374 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.375 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.850 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.852 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1469 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1476 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1480

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญาจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 256 แขวงป้อมปราบศัตรูพ่าย เขตสามเพ็ง กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างฉบับลงวันที่ 15 มิถุนายน 2536 ระหว่างจำเลยที่ 1กับจำเลยที่ 2 จำเลยทั้งสอง ให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนสัญญาจำนองที่ดิน โฉนดเลขที่ 256 แขวงป้อมปราบศัตรูพ่าย เขตสามเพ็ง กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างฉบับลงวันที่ 15 มิถุนายน 2536 ระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างพิพาทตามฟ้องเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นสามีภริยากัน ต่อมาคนทั้งสองแยกกันอยู่แต่มิได้จดทะเบียนหย่า แล้วจำเลยที่ 1 ได้นางวิพรเป็นภริยาใหม่ ครั้นวันที่ 15 มิถุนายน 2536 จำเลยที่ 1 จดทะเบียนจำนองทรัพย์ดังกล่าวเป็นประกันหนี้เงินกู้ จำนวน 8,000,000 บาท ไว้แก่จำเลยที่ 2 ปัญหาต้องวินิจฉัยมีว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ เห็นว่า การที่จำเลยที่ 1 นำทรัพย์พิพาทตามฟ้องซึ่งเป็นสินสมรสไปจำนองไว้แก่จำเลยที่ 2 โดยปราศจากความยินยอมของโจทก์ซึ่งเป็นภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายของจำเลยที่ 1 อันเป็นการฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติ ป.พ.พ. มาตรา 1476 (1) แต่จำเลยที่ 2 กลับรับจำนองไว้ โดยอ้างว่านางวิพรซึ่งเป็นภริยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสของจำเลยที่ 1 ให้ความยินยอมแล้ว ย่อมถือได้ว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันทำนิติกรรมจำนองดังกล่าวโดยไม่สุจริตและไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทั้งเป็นการโต้แย้งสิทธิโจทก์ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องขอเพิกถอนนิติกรรมจำนองดังกล่าวได้ตามมาตรา 1480 วรรคหนึ่ง ส่วนกรณีบันทึกข้อตกลงเกี่ยวกับการจัดแบ่งทรัพย์สินในตระกูล โอตรวรรณะ ที่ให้จำเลยที่ 1 นั้น มีลักษณะเป็นสัญญาระหว่างสมรสที่เกี่ยวกับทรัพย์สินที่ทำไว้ต่อกันในระหว่างเป็นสามีภริยา ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1469 เมื่อโจทก์และจำเลยที่ 1 ยังไม่ได้จดทะเบียนหย่า โจทก์ซึ่งเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายย่อมมีสิทธิบอกล้างสัญญาระหว่างสมรสแก่จำเลยที่ 1 ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1469 การที่โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยที่ 1 ต่อศาลชั้นต้นขอหย่าและแบ่งสินสมรสตามคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 773/2537 และจำเลยที่ 1 ได้ยื่นคำให้การแก้คดีดังกล่าวเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2537 แล้วต่อมาโจทก์ได้ยื่นฟ้องให้เพิกถอนสัญญาจำนองระหว่างจำเลยทั้งสองต่อศาลแพ่งกรุงเทพใต้เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2537 โดยจำเลยทั้งสองเข้าต่อสู้คดีแล้ว แต่ศาลแพ่งกรุงเทพใต้พิพากษายกฟ้อง เนื่องจากเป็นคดีครอบครัวไม่อยู่ในอำนาจของศาลแพ่งกรุงเทพใต้ที่จะพิจารณาพิพากษา ดังนี้ถือได้ว่าโจทก์ได้ใช้สิทธิบอกล้างสัญญาระหว่างสมรสแล้ว ย่อมมีผลให้บันทึกข้อตกลงเกี่ยวกับการจัดแบ่งทรัพย์สินระหว่างโจทก์และจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นสัญญาระหว่างสมรสนั้นสิ้นความผูกพัน ทำให้ทรัพย์พิพาทกลับเป็นสินสมรสดังเดิม ดังนั้นเมื่อโจทก์นำคดีนี้มาฟ้องต่อศาลชั้นต้นที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาใหม่ภายในกำหนดระยะเวลา ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/17 วรรคสอง ต้องถือว่าขณะฟ้องคดีนี้ข้อตกลงเกี่ยวกับการจัดแบ่งทรัพย์สิน ซึ่งเป็นสัญญาระหว่างสมรสได้สิ้นผลแล้ว ทรัพย์พิพาทตามฟ้องจึงเป็นสินสมรสอยู่ขณะฟ้อง โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีนี้ ปัญหาต้องวินิจฉัยประการต่อไปว่า นิติกรรมจำนองยังคงสมบูรณ์ในส่วนของจำเลยที่ 1 และที่ 2 หรือไม่ เห็นว่า การขอให้เพิกถอนนิติกรรมตามมาตรา 1480 คู่สมรสต้องขอเพิกถอนนิติกรรมทั้งหมดจะเพิกถอนเฉพาะส่วนหาได้ไม่ คำแก้ฎีกาจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์และฎีกา 3,000 บาท แทนโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7978/2542 นางใช่เจงหรือใช่เจ็ง แซ่เบ๊ โจทก์ นายมิตรชัย โอตรวรรณะ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางใช่เจงหรือใช่เจ็ง แซ่เบ๊ · จำเลย - นายมิตรชัย โอตรวรรณะ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุวัตร์ สุขเกษม · สุวัตร์ สุขเกษม · ชวลิต ธรรมฤาชุ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง - นายภาติยะ ดวงมณี · ศาลอุทธรณ์ - นางนพวรรณ อินทรัมพรรย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 1000/2505ฎีกา 8680/2551ฎีกา 2460/2517ฎีกา 643/2497ฎีกา 861/2540ฎีกา 1084/2539ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1123/2487ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา