คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7988/2542
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลหนึ่งได้เช็คมาไว้ในความครอบครองโดยมิได้มีมูลหนี้อันชอบด้วยกฎหมาย ย่อมไม่มีสิทธิฟ้องบังคับให้ผู้สั่งจ่ายเช็คต้องรับผิดตามเช็คนั้น
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองสั่งจ่ายเช็คพิพาทเพื่อแลกเงินสดจากโจทก์แต่ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์และจำเลยทั้งสองตกลงแลกเช็คกันเพื่อให้แต่ละฝ่ายนำไปแลกเงินสดจากบุคคลภายนอกและเช็คที่โจทก์สั่งจ่ายก็เรียกเก็บเงินไม่ได้โดยโจทก์มิได้ชำระเงินตามเช็คที่โจทก์สั่งจ่ายแต่อย่างใด ดังนั้นการที่จำเลยทั้งสองออกเช็คพิพาทให้แก่โจทก์จึงไม่ใช่การออกเช็คเพื่อแลกเงินสดจากโจทก์ตามที่ฟ้อง โจทก์จึงมิใช่ผู้ทรงเช็คโดยชอบด้วยกฎหมาย แม้เช็คพิพาทจะเป็นเช็คผู้ถือและอยู่ในความครอบครองของโจทก์ก็ตาม แต่ฐานะผู้ทรงโดยการถือเช็คผู้ถือย่อมต้องเป็นการได้เช็คมาไว้ในความยึดถือที่เป็นไปโดยชอบด้วย เมื่อโจทก์มิใช่ผู้ทรงเช็คโดยชอบด้วยกฎหมาย โจทก์จึงไม่มีสิทธิที่จะฟ้องบังคับให้จำเลยทั้งสองรับผิดตามเช็คพิพาทต่อโจทก์
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินตามเช็คทั้งสองฉบับและดอกเบี้ยแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงินนับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์
จำเลยที่ ๑ ให้การ ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยที่ ๒ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงินกับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ ๕,๐๐๐ บาท
จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองชำระเงินเฉพาะต้นเงินแก่โจทก์ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ไม่แก้อุทธรณ์ จึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ให้
จำเลยที่ ๑ ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันออกเช็คพิพาท ๒ ฉบับ ให้โจทก์และโจทก์ออกเช็คจำนวน ๒ ฉบับ ให้จำเลยทั้งสองโดยลงวันที่และจำนวนเงินตรงกับวันที่และจำนวนเงินตามเช็คพิพาทที่จำเลยทั้งสองออกให้โจทก์ จำเลยทั้งสองนำเช็คของโจทก์จำนวน ๒ ฉบับ ไปแลกเงินสดจากบุคคลภายนอก และได้รับเงินไปแล้ว แต่บุคคลภายนอกเรียกเก็บเงินตามเช็คไม่ได้ โจทก์นำเช็คพิพาท ๒ ฉบับ ไปเรียกเก็บเงินแต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน ปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ ๑ มีว่า โจทก์เป็นผู้ทรงเช็คพิพาทโดยชอบหรือไม่? เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์และจำเลยทั้งสองตกลงแลกเช็คกันเพื่อให้แต่ละฝ่ายนำไปแลกเงินสดจากบุคคลภายนอก การที่จำเลยทั้งสองออกเช็คพิพาทให้แก่โจทก์เพื่อให้ไปแลกเงินสดจากบุคคลภายนอกจึงไม่ใช่การออกเช็คเพื่อชำระหนี้แก่โจทก์ แม้เช็คพิพาทจะเป็นเช็คผู้ถือและอยู่ในความครอบครองของโจทก์ก็ตาม แต่ฐานะผู้ทรงโดยการถือเช็คผู้ถือย่อมต้องเป็นการได้เช็คมาไว้ในความยึดถือที่เป็นไปโดยชอบตามที่โจทก์อ้าง โจทก์จึงจะมีฐานะเป็นผู้ทรงที่มีสิทธิโดยชอบตามที่อ้าง เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏในการพิจารณาว่าจำเลยทั้งสองมิได้สั่งจ่ายเช็คพิพาทเพื่อแลกเงินสดจากโจทก์ตามที่โจทก์ฟ้องและนำสืบ โจทก์ย่อมมิใช่ ผู้ทรงเช็คโดยชอบตามที่อ้าง โจทก์จึงไม่มีสิทธิที่จะฟ้องบังคับให้จำเลยทั้งสองรับผิดตามเช็คพิพาทต่อโจทก์ตามที่ฟ้อง
พิพากษากลับให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7988/2542
นางสุวิมล ศรีอุดมพร โจทก์
นายวิรุฬ อรรฆพลกุล กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางสุวิมล ศรีอุดมพร · จำเลย - นายวิรุฬ อรรฆพลกุล กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ผล อนุวัตรนิติการ · ระพินทร บรรจงศิลป · ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายสมชาย สินเกษม · ศาลอุทธรณ์ - นายสมศักดิ์ อเนกพุฒิ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา