คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 85/2542
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การลักทรัพย์โดยใช้กลอุบายถือเป็นความผิดที่มีลักษณะร้ายแรง และการที่จำเลยเป็นผู้ใหญ่และมีครอบครัวแล้ว ย่อมถือว่ามีความรู้สึกผิดชอบชั่วดีพอสมควร การกลับมากระทำผิดซ้ำจึงไม่มีเหตุสมควรแก่การรอการลงโทษ
ย่อคำพิพากษา
จำเลยทั้งสองร่วมกันเอาทรัพย์หลายรายการใส่ในกล่องกระดาษใส่พัดลม และนำผ่านเครื่องเก็บเงินของผู้เสียหาย และชำระราคาสินค้าเท่ากับราคาค่าพัดลม 3 เครื่อง ซึ่งมีราคา น้อยกว่าราคาสินค้าในกล่องกระดาษเป็นการลักทรัพย์โดยใช้ กลอุบาย แสดงว่าจำเลยทั้งสองได้ร่วมกันคบคิด แสวงหาวิธีการ หลอกลวงตบตาผู้เสียหายไว้ก่อน ลักษณะและพฤติการณ์แห่งความผิด จึงถือได้ว่าร้ายแรง จำเลยทั้งสองเป็นผู้ใหญ่ และจำเลยที่ 2 มีครอบครัวและบุตรแล้ว ถือได้ว่ามีความรู้สึกผิดชอบชั่วดี พอสมควรกลับมากระทำผิดจึงไม่มีเหตุสมควรที่จะรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยทั้งสอง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 334, 335, 83 คืนของกลางแก่ผู้เสียหาย
จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(7) วรรคหนึ่ง ลงโทษจำคุกคนละ4 ปี จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 2 ปี คืนของกลางแก่ผู้เสียหาย
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ขอให้ลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษ
ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน
จำเลยทั้งสองฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "จำเลยทั้งสองกระทำผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ของผู้เสียหายโดยเอาทรัพย์หลายรายการใส่ในกล่องกระดาษใส่พัดลม และนำผ่านเครื่องเก็บเงินของผู้เสียหายและชำระราคาสินค้าเท่ากับราคาค่าพัดลม 3 เครื่อง ซึ่งมีราคาน้อยกว่าราคาสินค้าในกล่องกระดาษดังกล่าวที่จำเลยลักไป จึงเป็นการลักทรัพย์โดยใช้กลอุบาย แสดงให้เห็นว่าจำเลยทั้งสองได้ร่วมกันคบคิด แสวงหาวิธีการหลอกลวงตบตาผู้เสียหายไว้ก่อนลักษณะและพฤติการณ์แห่งความผิดจึงถือได้ว่าร้ายแรง จำเลยทั้งสองเป็นผู้ใหญ่และจำเลยที่ 2 มีครอบครัวและบุตรแล้ว ถือได้ว่ามีความรู้สึกผิดชอบชั่วดีพอสมควรกลับมากระทำผิดดังกล่าว จึงไม่มีเหตุสมควรที่จะรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยทั้งสองแต่เห็นว่าโทษจำคุกที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 กำหนดมานั้นสูงเกินไป จึงเห็นสมควรกำหนดใหม่ให้เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งรูปคดี คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในบางส่วน ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังขึ้นบางข้อ"
พิพากษาแก้เป็นว่า ลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 2 ปีจำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 1 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 85/2542
พนักงานอัยการ จังหวัด สระบุรี โจทก์
นาง ดวง จันทร์ สุข สวัสดิ์ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด สระบุรี · จำเลย - นาง ดวง จันทร์ สุข สวัสดิ์ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อัธยา ดิษยบุตร · ยินดี วัชรพงศ์ ต่อสุวรรณ · อภิชาต สุขัคคานนท์ |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ