⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 8823/2542

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8823/2542

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากคู่ความที่ขาดนัดไม่สามารถยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ภายในกำหนดเวลาได้เนื่องจากพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้ ให้ยื่นคำขอภายใน 15 วันนับแต่วันที่พฤติการณ์นั้นสิ้นสุดลง โดยต้องกล่าวถึงเหตุแห่งการล่าช้าโดยละเอียดชัดแจ้ง.

ย่อคำพิพากษา

คำขอให้พิจารณาใหม่ นั้น มาตรา 208 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง กำหนดให้ยื่นต่อศาลภายใน 15 วัน นับจากวันที่ได้ส่งคำบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่งแก่จำเลย ถ้าคู่ความที่ขาดนัดไม่สามารถยื่นคำขอภายในระยะเวลาดังกล่าวโดยพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้ คู่ความฝ่ายนั้นอาจยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ได้ภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันที่พฤติการณ์นั้นได้สิ้นสุดลง แต่ในกรณีที่ยื่นคำขอล่าช้าต้องกล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งถึงเหตุแห่งการที่ล่าช้านั้นด้วย คดีนี้ปรากฏตามสำนวนว่า พนักงานเดินหมายนำคำบังคับไปส่งให้จำเลยโดยวิธีปิดบังคับไว้ ณ ภูมิลำเนาของจำเลยตามฟ้องตามคำสั่งศาลในวันที่ 15 กันยายน 2539 ซึ่งมีผลบังคับในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2539 จำเลยอ้างในคำร้องขอพิจารณาใหม่ว่า จำเลยและครอบครัวได้เดินทางไปจัดการดูแลสวนส้มเขียวหวานของจำเลยที่อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานีและที่อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี จึงไม่มีใครอยู่ดูแลบ้านของจำเลย ทำให้พนักงานเดินหมายได้ปิดหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องไว้ ณ ภูมิลำเนาของจำเลย จำเลยเพิ่งทราบว่าถูกโจทก์ฟ้องเป็นคดีนี้เมื่อวันที่จำเลย เดินทางไปที่สำนักงานบังคับคดีจังหวัดสระบุรี เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2540 ดังนี้ แม้ในคำร้องของจำเลยมิได้กล่าวถึงคำบังคับไว้โดยตรง แต่ก็พออนุมานได้ว่าจำเลยได้ทราบคำบังคับตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2540 อันเป็นวันที่พฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้สิ้นสุดลงแล้ว จึงเริ่มต้นนับกำหนด 15 วัน ตามบทบัญญัติข้างต้นได้ ถือว่าจำเลยได้กล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งถึงกรณีที่ยื่นคำขอล่าช้า และเหตุแห่งการล่าช้าชอบด้วยบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208 แล้ว ฉะนั้น ที่จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2540 หากข้อเท็จจริงเป็นไปตามที่จำเลยอ้างในคำร้อง ก็ถือว่าจำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวยังไม่ล่วงพ้นระยะเวลาที่กฎหมายบัญญัติบังคับไว้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.208

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นจึงพิจารณาพิพากษาคดีไปฝ่ายเดียว โดยให้โจทก์ชนะคดี จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ ศาลชั้นต้นสั่งว่าจำเลยยื่นคำร้องขอพิจารณาใหม่ภายหลังจากที่ได้มีการ ส่งคำบังคับแก่จำเลยโดยวิธีปิดหมายเมื่อวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๓๙ เกิน ๑๕ วัน เป็นการยื่นคำร้องล่าช้าเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด โดยจำเลยมิได้แสดงเหตุแห่งความล่าช้าไว้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๐๘ วรรคสอง ให้ยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ พิพากษายืน หลังอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๒ แล้ว คดีอยู่ระหว่างระยะเวลายื่นฎีกา จำเลยถึงแก่กรรม นายสิทธิโชติ ชูทรัพย์ บุตรจำเลยยื่นคำร้องขอรับมรดกแทนจำเลย ศาลชั้นต้นอนุญาต จำเลยโดยนายสิทธิโชติ ชูทรัพย์ ผู้รับมรดกความฎีกา ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว คดีคงมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า คำร้องขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยชอบด้วยกฎหมายในอันที่จะรับไว้พิจารณาหรือไม่ เห็นว่า คำขอให้พิจารณาใหม่นั้น มาตรา ๒๐๘ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง กำหนดให้ยื่นต่อศาลภายใน ๑๕ วัน นับจากวันที่ได้ส่งคำบังคับตามคำพิพากษาหรือ คำสั่งแก่จำเลย ถ้าคู่ความที่ขาดนัดไม่สามารถยื่นคำขอภายในระยะเวลาดังกล่าวโดยพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้ คู่ความฝ่ายนั้นอาจยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ได้ภายในกำหนด ๑๕ วัน นับแต่วันที่พฤติการณ์นั้นได้สิ้นสุดลง แต่ในกรณีที่ยื่นคำขอล่าช้าต้องกล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งถึงเหตุแห่งการที่ล่าช้านั้นด้วย คดีนี้ปรากฏตามสำนวนว่า พนักงาน เดินหมายนำคำบังคับไปส่งให้จำเลยโดยวิธีปิดคำบังคับไว้ ณ ภูมิลำเนาของจำเลยตามฟ้องตามคำสั่งศาลในวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๓๙ ซึ่งมีผลบังคับในวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๓๙ จำเลยอ้างในคำร้องขอพิจารณาใหม่ว่า จำเลยและครอบครัวได้เดินทางไปจัดการดูแลสวนส้มเขียวหวานของจำเลยที่อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี และที่อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี จึงไม่มีใครอยู่ดูแลบ้านของจำเลย ทำให้พนักงานเดินหมายได้ปิดหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องไว้ ณ ภูมิลำเนาของจำเลย จำเลยเพิ่งทราบว่าถูกโจทก์ฟ้องเป็นคดีนี้เมื่อวันที่จำเลยเดินทางไปที่สำนักงานบังคับคดี จังหวัดสระบุรี เมื่อวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๐ ดังนี้ แม้ในคำร้องของจำเลยมิได้กล่าวถึงคำบังคับไว้โดยตรง แต่ก็พออนุมานได้ว่าจำเลยได้ทราบคำบังคับตั้งแต่วันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๐ อันเป็นวันที่พฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับ ได้สิ้นสุดลงแล้ว จึงเริ่มต้นนับกำหนด ๑๕ วัน ตามบทบัญญัติข้างต้นได้ ถือว่าจำเลยได้กล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งถึงกรณียื่นคำขอล่าช้า และเหตุแห่งการล่าช้าชอบด้วยบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๐๘ แล้ว ฉะนั้น ที่จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่เมื่อวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๐ หากข้อเท็จจริงเป็นไปตามที่จำเลยอ้างใน คำร้อง ก็ถือว่าจำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวยังไม่ล่วงพ้นระยะเวลาที่กฎหมายบัญญัติบังคับไว้ พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๒ ให้ศาลชั้นต้นรับคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ ของจำเลย แล้วทำการไต่สวนและมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี . ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8823/2542 นางสาวบุญทวี อังศุสิงห์ โจทก์ นายเชียรหรือประสิทธิ์ แตงสุก โดยนายสิทธิโชติ ชูทรัพย์ ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวบุญทวี อังศุสิงห์ · ชูทรัพย์ - นายเชียรหรือประสิทธิ์ แตงสุก โดยนายสิทธิโชติ · จำเลย - ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิชา มหาคุณ · วินัย วิมลเศรษฐ · วินัย วิมลเศรษฐ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสระบุรี - นายภาติยะ ดวงมณี · ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายทรงธรรม สุดสวาสดิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 95/2534ฎีกา 396/2536ฎีกา 1069/2527ฎีกา 345/2520ฎีกา 1633/2532ฎีกา 280/2530ฎีกา 1460/2515ฎีกา 2152/2536ฎีกา 1108/2535ฎีกา 3909/2535ฎีกา 125/2511ฎีกา 177/2538ฎีกา 3290/2525ฎีกา 5105/2528ฎีกา 324/2503ฎีกา 5011/2532ฎีกา 1546/2514ฎีกา 9502/2544ฎีกา 76/2523ฎีกา 4041/2542ฎีกา 3934/2530ฎีกา 5768/2534ฎีกา 1323/2530ฎีกา 925/2526
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา