⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 9279/2542

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9279/2542

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ที่ดินที่ถูกล้อมจนไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะ ย่อมมีสิทธิขอให้เจ้าของที่ดินที่ล้อมอยู่เปิดทางจำเป็นได้ โดยต้องเลือกทางที่สะดวกและเกิดความเสียหายแก่ที่ดินที่ล้อมน้อยที่สุด

ย่อคำพิพากษา

แม้ที่ดินของโจทก์ได้แบ่งแยกมาจากที่ดินโฉนดเลขที่ 6885 ของ ล. และ ล. ได้คงที่ดินโฉนดดังกล่าวไว้ใช้เป็นทางเดินซึ่งโจทก์ก็สามารถผ่านออกสู่ทางเดินเลียบคลองขวางอันเป็นทางที่จะผ่านออกสู่ถนนจรัญสนิทวงศ์ได้ แต่เมื่อปัจจุบันทางเดินเลียบคลองขวางไม่มีสภาพเป็นทางที่จะออกสู่ถนนจรัญสนิทวงศ์ได้อีกต่อไป อีกทั้งทางพิพาทซึ่งอยู่บนที่ดินของจำเลย จำเลยก็สร้างกำแพงคอนกรีตปิดกั้นเสีย จึงต้องถือว่าที่ดินของโจทก์มีที่ดินแปลงอื่นล้อมอยู่จนไม่มีทางออกถึงทางสาธารณะได้ เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าจำเลยได้เคยยินยอมให้โจทก์และชาวบ้านใช้ทางพิพาทบนที่ดินของจำเลยออกสู่ ซอยจรัญสนิทวงศ์ 49/1 แล้วออกสู่ถนนจรัญสนิทวงศ์ อีกทั้งทางพิพาทดังกล่าวก็มีความสะดวกเหมาะสมซึ่งหากโจทก์ใช้ทางพิพาทดังกล่าวของจำเลยก็จะเกิดความเสียหายแก่ที่ดินที่ล้อมที่ดินของโจทก์น้อยที่สุด ฉะนั้นทางพิพาทบนที่ดินของจำเลยที่โจทก์ขอผ่านจึงเป็นทางที่สะดวกและเหมาะสมกับทางจำเป็น โจทก์ชอบที่จะขอให้จำเลยเปิดทางพิพาทบน ที่ดินของจำเลยเป็นทางจำเป็นสำหรับโจทก์ใช้เป็นทางออกสู่ถนนจรัญสนิทวงศ์ซึ่งเป็นทางสาธารณะได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1349

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองรื้อถอนกำแพงคอนกรีตโดยให้จำเลยที่ 1 รื้อถอนกำแพงเฉพาะบนที่ดินโฉนดเลขที่ 988 ตำบลบางบำหรุ อำเภอบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่หลักเขตที่ดิน ก. 55212 จนถึงหลักเขตที่ดิน ขทด. 5202 ให้จำเลยที่ 2 รื้อถอนกำแพงเฉพาะบนที่ดินโฉนดเลขที่ 40316 ตำบลบางบำหรุ อำเภอบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่หลักเขตที่ ขทด. 5202 ตามแนวเขตที่ดินของโจทก์ออกไป 2 เมตร ซึ่งสร้างปิดกั้นตามแนว ทางเข้าออกบ้านเลขที่ 1805/152 และที่ดินโฉนดเลขที่ 16796 ตำบลบางบำหรุ อำเภอบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร และยินยอมให้โจทก์กับบริวารใช้ทางบนที่ดินดังกล่าวของจำเลยทั้งสองเป็นทางออกสู่ทางสาธารณะได้โดยห้ามมิให้ขัดขวางด้วยประการใด ๆ หากจำเลยทั้งสองไม่ยอมรื้อถอนให้โจทก์รื้อถอนกำแพงคอนกรีตดังกล่าวได้เอง จำเลยทั้งสองให้การและฟ้องแย้ง ขอให้ยกฟ้องและห้ามโจทก์กับบริวารเข้าเกี่ยวข้องและใช้ทางบนที่ดินโฉนดเลขที่ 988 และ 40316 เป็นทางออกสู่ทางสาธารณะ หากศาลพิพากษาให้ที่ดินโฉนดเลขที่ 988 เป็นทางจำเป็นระยะ 1 เมตร และที่ดินโฉนดเลขที่ 40316 เป็นทางจำเป็นระยะ 2 เมตร ก็ขอให้โจทก์ใช้ค่าเสียหายหรือค่าทดแทน ให้จำเลยที่ 1 เดือนละ 30,000 บาท ให้จำเลยที่ 2 เดือนละ 60,000 บาท โจทก์ยื่นคำให้การแก้ฟ้องแย้งยืนยันตามคำฟ้องเดิม ขอให้ยกฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์ ห้ามโจทก์และบริวารเข้าเกี่ยวข้องและใช้ทางบนที่ดินโฉนด เลขที่ 988 และ 40316 ตำบลบางบำหรุ อำเภอบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ของจำเลยทั้งสองเป็นทางออก สู่ทางสาธารณะ ยกคำขอนอกจากนี้ตามฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสอง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยทั้งสองรื้อถอนกำแพงคอนกรีตโดยให้จำเลยที่ 1 รื้อถอนเฉพาะกำแพงบนที่ดินโฉนดเลขที่ 988 ตำบลบางบำหรุ อำเภอบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่หลักเขตที่ดินเลขที่ ก. 55212 จนถึงหลักเขตที่ดินเลขที่ 5202 และให้จำเลยที่ 2 รื้อถอนกำแพงเฉพาะกำแพงบนที่ดินโฉนดเลขที่ 40316 ตำบลบางบำหรุ อำเภอบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่หลักเขตที่ดินเลขที่ 5202 ตามแนวเขตที่ดินของโจทก์ออกไปอีก 2 เมตร เป็นทางจำเป็นของโจทก์ ห้ามมิให้จำเลยปิดกั้นขัดขวางการใช้การดังกล่าว โดยให้โจทก์ใช้ค่าทดแทนแก่จำเลยที่ 1 ปีละ 1,000 บาท และจำเลยที่ 2 ปีละ 2,000 บาท คำขอของโจทก์นอกจากนี้ให้ยก จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าแม้ที่ดินของโจทก์ได้แบ่งแยกมาจากที่ดินโฉนดเลขที่ 6885 ของนางลิ่ว และนางลิ่วได้คง ที่ดินโฉนดเลขที่ดังกล่าวไว้ใช้เป็นทางเดินซึ่งโจทก์ก็สามารถที่จะผ่านออกสู่ทางเดินเลียบคลองขวางอันเป็นทางที่จะผ่านออกสู่ถนนจรัญสนิทวงศ์ได้ แต่เมื่อปัจจุบันทางเดินเลียบคลองขวางไม่มีสภาพเป็นทางต่อไปแล้วและ โจทก์ไม่สามารถที่จะผ่านออกสู่ถนนจรัญสนิทวงศ์ได้ดังที่ได้วินิจฉัยมา ทั้งทางพิพาทซึ่งอยู่บนที่ดินของจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองก็สร้างกำแพงคอนกรีตปิดกั้นเสียแล้ว จึงต้องถือว่าที่ดินของโจทก์มีที่ดินแปลงอื่นล้อมอยู่จนไม่มีทางออกถึงสาธารณะได้ และเมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยทั้งสองได้ยินยอมให้โจทก์และชาวบ้านใช้ทางพิพาทบนที่ดินของจำเลยทั้งสองออกสู่ซอยจรัญสนิทวงศ์ 49/1 แล้ว ออกสู่ซอยจรัญสนิทวงศ์ อีกทั้งทางพิพาทบนที่ดินของจำเลยทั้งสอง ก็มีความสะดวกและมีความเหมาะสมซึ่งหากโจทก์ใช้ทางพิพาทดังกล่าวของจำเลยก็จะทำให้เกิดความเสียหายแก่ที่ดินที่ล้อมอยู่น้อยที่สุด ฉะนั้น ทางพิพาทบนที่ดินของจำเลยทั้งสองที่โจทก์ขอผ่าน จึงเป็นทางที่สะดวกและเหมาะสมกับทางจำเป็น โจทกจึงชอบที่จะขอให้จำเลยทั้งสองเปิดทางพิพาทบนที่ดินของจำเลยทั้งสอง เป็นทางจำเป็นสำหรับโจทก์ใช้เป็นทางออกสู่ถนนจรัญสนิทวงศ์ซึ่งเป็นทางสาธารณะได้ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองรื้อถอนกำแพงคอนกรีตโดยให้จำเลยที่ 1 รื้อถอนเฉพาะกำแพงบนที่ดินโฉนดเลขที่ 988 ตำบลบางบำหรุ อำเภอบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่หลักเขตที่ดินเลขที่ ก. 55212 จนถึง หลักเขตที่ดินเลขที่ ขทด. 5202 และให้จำเลยที่ 2 รื้อถอนกำแพงเฉพาะกำแพงบนที่ดินโฉนดเลขที่ 40316 ตำบลบางบำหรุ อำเภอบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่หลักเขตที่ดินเลขที่ 5202 ตามแนวเขตที่ดินของโจทก์ออกไปอีก 2 เมตร และเปิดทางพิพาทให้โจทก์กับบริวารใช้เป็นทางเข้าออกสู่ทางสาธารณะยาวตลอดแนวเขตที่ดินของจำเลยทั้งสอง โดยให้โจทก์ใช้ค่าทดแทนแก่จำเลยที่ 1 ปีละ 1,000 บาท และจำเลยที่ 2 ปีละ 2,000 บาท นับแต่วันเปิดทางจำเป็นเป็นต้นไปจนกว่าจะหมดความจำเป็นในการผ่านทาง นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9279/2542 นายณรงค์ เพ็งศาสตร์ โจทก์ บริษัทวังปริญญา จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายณรงค์ เพ็งศาสตร์ · จำเลย - บริษัทวังปริญญา จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จำรูญ แสนภักดี · ณรงค์ศักดิ์ วิจิตรสาระวงศ์ · วสันต์ ตรีสุวรรณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่งธนบุรี - นายทองเพียร มูลกาย · ศาลอุทธรณ์ - นายประพันธ์ ทรัพย์แสง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6161/2538ฎีกา 1768/2548ฎีกา 1241/2491ฎีกา 3029/2538ฎีกา 9374/2538ฎีกา 9248/2544ฎีกา 475/2546ฎีกา 404/2507ฎีกา 1313/2493ฎีกา 389/2541ฎีกา 4564/2543ฎีกา 6369/2550ฎีกา 1730/2503ฎีกา 640/2510ฎีกา 1370/2520ฎีกา 653/2516ฎีกา 326/2533ฎีกา 7524/2538ฎีกา 311/2489ฎีกา 2490/2516ฎีกา 2714/2525ฎีกา 1194/2508ฎีกา 922/2520ฎีกา 6229/2551
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา