คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1392/2543
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลอุทธรณ์มิได้พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น คู่ความต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง เว้นแต่จะเข้าข้อยกเว้นตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้องและให้ลงโทษจำคุก 1 เดือน เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทน ศาลอุทธรณ์มิได้พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตาม ป.วิ.อ.มาตรา 219 ตรี ที่จำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว และในกรณีนี้ ป.วิ.อ. มาตรา 221ไม่ได้บัญญัติให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาหรือทำความเห็นแย้งในศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ คำอนุญาตของผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาในศาลชั้นต้นจึงไม่มีผลหรือทำให้จำเลยมีสิทธิฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลแขวงลำปาง · จำเลย - นางเสมือน หม้อบุญมี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์ · สุวัตร์ สุขเกษม · วิบูลย์ มีอาสา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแขวงลำปาง - นายชัยวุฒิ ต่อปัญญาเรือง · ศาลอุทธรณ์ภาค ๕ - นายมนตรี ศรีเอี่ยมสะอาด |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา