⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1445/2543

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1445/2543

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
บ้านที่ปลูกสร้างลงในที่ดินโดยเจ้าของที่ดินยินยอม ถือว่าบ้านนั้นไม่เป็นส่วนควบของที่ดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 146

ย่อคำพิพากษา

ป. ให้จำเลยอยู่อาศัยในที่ดินพิพาทตั้งแต่ได้รับการยกให้ตลอดมา และจำเลยได้ปลูกบ้านในที่ดินพิพาทหลังจากที่ดินพิพาทตกเป็นของ ป. แล้วโดย ป. รู้เห็นยินยอม กรณีเป็นเรื่องที่จำเลยใช้สิทธิอาศัยในที่ดินพิพาทปลูกสร้างบ้านไว้ในที่ดินนั้น บ้านจึงเข้าข้อยกเว้นไม่ตกเป็นส่วนควบของที่ดินพิพาท ตาม ป.พ.พ. มาตรา 146

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.146

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยพร้อมบริวารขนย้ายออกจากบ้านเลขที่ 41/1 และชดใช้ค่าเสียหาย 10,000 บาท กับค่าขาดประโยชน์เดือนละ 2,000 บาท ให้แก่โจทก์นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกไปจากบ้านดังกล่าว จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความ 20,000 บาท โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้จำเลยพร้อมบริวารขนย้ายออกจากบ้านเลขที่ 41/1 และให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความรวม 50,000 บาท จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า ที่ดินพิพาทเดิมเป็นของนายวัน บิดานายประเสริฐ สามีโจทก์ เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2521 นายวันได้จดทะเบียนยกที่ดินดังกล่าวให้แก่บุตรคือนายประสิทธิ์ นายกุศล นางทวี ภรรยาจำเลย และนายประเสริฐ โดยนายประเสริฐได้รับที่ดินพิพาทพร้อมบ้านเลขที่ 41/1 ซึ่งปลูกอยู่บนที่ดินพิพาท นอกจากนี้นายวันยังแบ่งขายที่ดินดังกล่าวให้แก่จำเลยบางส่วน แต่ทำนิติกรรมเป็นการยกให้ และในวันที่ได้รับยกให้ นายประเสริฐได้นำที่ดินพิพาทไปจดทะเบียนจำนองแก่สหกรณ์การเกษตรองครักษ์ จำกัด เพื่อเป็นประกันหนี้กู้ยืมของจำเลย จำเลยเข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทตลอดมา และในขณะครอบครองจำเลยได้รื้อบ้านเลขที่ 41 แล้วปลูกบ้านหลังใหม่เลขที่ 41/1 ในที่ดินพิพาท ส่วนนายประเสริฐและโจทก์ได้ออกจากที่ดินพิพาทไปประกอบอาชีพที่อื่น และนายประเสริฐได้ถึงแก่ความตายเมื่อเดือนกรกฎาคม 2537 ต่อมาโจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายประเสริฐได้ไถ่ถอนจำนองที่ดินพิพาทต่อสหกรณ์การเกษตรองครักษ์จำกัด แล้วได้ขายที่ดินพิพาทให้แก่นายสำราญ...มีปัญหาว่า บ้านเลขที่ 41/1 เป็นส่วนควบของที่ดินพิพาทหรือไม่ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า นายประเสริฐให้จำเลยอยู่อาศัยในที่ดินพิพาทตั้งแต่ได้รับการยกให้ตลอดมา และบ้านเลขที่ 41/1 จำเลยปลูกขึ้นหลังจากที่ดินพิพาทตกเป็นของนายประเสริฐแล้ว โดยนายประเสริฐรู้เห็นยินยอม กรณีเป็นเรื่องที่จำเลยใช้สิทธิอาศัยในที่ดินพิพาทปลูกสร้างบ้านดังกล่าวไว้ในที่ดินนั้น บ้านจึงเข้าข้อยกเว้นไม่ตกเป็นส่วนควบของที่ดินพิพาท ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 146 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยว่าบ้านเลขที่ 41/1 เป็นส่วนควบของที่ดินพิพาท จึงเป็นของนายประเสริฐนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้นบางส่วน แต่อย่างไรก็ตามเมื่อต่อมาโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินพิพาทไม่ประสงค์จะให้จำเลยอาศัยอยู่ในที่ดินพิพาทต่อไป จำเลยก็ต้องรื้อถอนบ้านดังกล่าวออกไปจากที่ดินพิพาท พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยรื้อถอนบ้านเลขที่ 41/1 ออกไปจากที่ดินพิพาทตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เลขที่ 87 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1445/2543 นางคำนึง กริ่มใจ โจทก์ นายวิจิตร ประคองศิลป์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางคำนึง กริ่มใจ · จำเลย - นายวิจิตร ประคองศิลป์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุรพล เจียมจูไร · วินัย วิมลเศรษฐ · ประชา ประสงค์จรรยา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครนายก - นายสุพจน์ กิตติรักษนนท์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายปัญญารัตน์ วิระยะวานิช
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1552/2568ฎีกา 2684/2534ฎีกา 7872/2542ฎีกา 2087/2535ฎีกา 15876/2556ฎีกา 1696/2544ฎีกา 5582/2536ฎีกา 5557/2545ฎีกา 1886/2541ฎีกา 2864/2559ฎีกา 4260/2550ฎีกา 7438/2540ฎีกา 7340/2542ฎีกา 1/2536ฎีกา 7084/2550ฎีกา 2139/2552ฎีกา 5418/2560ฎีกา 1192/2518ฎีกา 9526/2544ฎีกา 882/2544ฎีกา 6402/2544ฎีกา 7193/2547ฎีกา 2882/2536ฎีกา 3134/2549
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา