⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2389/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2389/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
บ้านที่ปลูกอยู่บนที่ดินถือเป็นส่วนควบของที่ดิน และเมื่อมีการซื้อขายที่ดิน บ้านพิพาทนั้นย่อมตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ซื้อที่ดินไปด้วย โดยไม่ต้องมีการจดทะเบียนการซื้อขายบ้านพิพาทแยกต่างหาก

ย่อคำพิพากษา

ผู้ร้องกับพี่สาวซื้อ ที่ดินมีโฉนด จากจำเลย โดย ทำหนังสือสัญญาซื้อขายและจดทะเบียนต่อ พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่ง ขณะนั้นบนที่ดินมีบ้านพิพาทของจำเลยปลูกอยู่บ้านพิพาทเป็นส่วนควบของที่ดิน ต่อมาเมื่อผู้ร้องกับพี่สาวซื้อ บ้านพิพาทจากจำเลย แม้จะทำหนังสือสัญญาซื้อขายกันเอง บ้านพิพาทก็ตก เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องกับพี่สาวตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 107 วรรคสอง ตั้งแต่ วันทำหนังสือสัญญาซื้อขายบ้านพิพาทแล้วโดย ไม่ต้องไปจดทะเบียนการซื้อ ขายต่อ พนักงานเจ้าหน้าที่ตาม มาตรา 456 อีกโจทก์จึงไม่มีสิทธินำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดบ้านพิพาท

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.107 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.456 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.31

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องจากโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษานำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดบ้าน ๑ หลังที่พิพาท ผู้ร้องยื่นคำร้องขัดทรัพย์ว่า ไม่ใช่บ้านของจำเลย แต่เป็นของผู้ร้อง และไม่ใช่บ้านเลขที่ ๓๔/๖ ตามที่โจทก์อ้าง ขอให้สั่งถอนการยึด โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า บ้านที่นำยึดเลขที่ ๓๔/๖ เป็นหลังเดียวกันกับบ้านพิพาท โดยผู้ร้องขอเลขบ้านใหม่และเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย ขอให้ยกคำร้องขัดทรัพย์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้ยกคำร้องขัดทรัพย์ของผู้ร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงได้ความว่า ผู้ร้องกับนางสาวรัชนีพร เอื้ออนุกร ที่สาวซื้อที่ดินตามโฉนดเลขที่ ๑๕๗๕๘ จากจำเลยโดยทำหนังสือสัญญาซื้อขายและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ขณะนั้นบนที่ดินมีบ้านพิพาทของจำเลยปลูกอยู่ ต่อมาผู้ร้องกับพี่สาวซื้อบ้านพิพาทจากจำเลยด้วยโดยทำหนังสือสัญญาซื้อขายกันเอง หลังจากนั้นนางสาวรัชนีพรจดทะเบียนยกที่ดินส่วนของตนตามโฉนดให้แก่ผู้ร้อง ต่อมาโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดบ้านพิพาทโดยอ้างว่าเป็นของจำเลย ผู้ร้องอุทธรณ์ว่า บ้านพิพาทปลูกอยู่บนที่ดินแปลงที่ผู้ร้องกับพี่สาวซื้อจากจำเลย และจำเลยได้ขายบ้านพิพาทให้แก่ผู้ร้องกับพี่สาวแล้ว บ้านพิพาทย่อมตกเป็นส่วนควบของที่ดินอันเป็นทรัพย์ประธานตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๐๗ การซื้อขายบ้านพิพาทระหว่างจำเลยกับผู้ร้องจึงชอบด้วยกฎหมายไม่เป็นโมฆะ บ้านพิพาทจึงเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องกับพี่สาว พิเคราะห์แล้ว จากข้อเท็จจริงดังกล่าวมาเห็นได้ว่า บ้านพิพาทได้ตกเป็นส่วนควบของที่ดินของผู้ร้องกับพี่สาว จึงตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องกับพี่สาวตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๐๗ วรรคสอง ตั้งแต่วันทำหนังสือสัญญาซื้อขายบ้านพิพาทแล้วโดยไม่จำต้องไปทำการจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๔๕๖ อีก พิพากษากลับ ให้ถอนการยึดบ้านพิพาท. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2389/2532 นางอังษุณา ชัยเวชวิศิษฐ์ โจทก์ นางสาวทรรศนีย์ เอื้ออนุกร ผู้ร้อง บริษัทสยามพัฒนาที่ดิน จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางอังษุณา ชัยเวชวิศิษฐ์ · ผู้ร้อง - นางสาวทรรศนีย์ เอื้ออนุกร · จำเลย - บริษัทสยามพัฒนาที่ดิน จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ศักดา โมกขมรรคกุล · มาโนช เพียรสนอง · นำชัย สุนทรพินิจกิจ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายวิบูลย์ สุนทรวิภาต · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 154/2522ฎีกา 9151/2539ฎีกา 1701/2524ฎีกา 1726/2513ฎีกา 1216/2538ฎีกา 5101/2550ฎีกา 6296/2545ฎีกา 3806/2549ฎีกา 995/2529ฎีกา 5128/2541ฎีกา 1730/2520ฎีกา 2909/2524ฎีกา 2893/2540ฎีกา 17393/2555ฎีกา 451/2491ฎีกา 3375/2532ฎีกา 170/2497ฎีกา 1798/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 770/2535ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 4359/2540ฎีกา 7677/2557ฎีกา 5317/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา