คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1762/2543
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลพิพากษาตามยอมในมูลหนี้ตามเช็ค ย่อมระงับสิทธิของเจ้าหนี้ที่จะฟ้องร้องบังคับคดีตามเช็คนั้นอีก และระงับสิทธิในการฟ้องคดีอาญาตามกฎหมายว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค.
ย่อคำพิพากษา
มูลหนี้ตามเช็คพิพาททั้งสามฉบับ ศาลชั้นต้นได้พิพากษาตามยอม และคดีถึงที่สุดไปแล้ว ย่อมทำให้สิทธิของโจทก์ที่จะเรียกให้ จำเลยทั้งสองชำระเงินตามมูลหนี้ในเช็คพิพาทเป็นอันระงับสิ้นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 852 โจทก์ไม่มีสิทธิที่จะเรียกร้องให้จำเลยทั้งสองรับผิดในมูลหนี้ตามเช็คพิพาทได้อีกคดีจึงเป็นอันเลิกกันตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯ มาตรา 7 สิทธิของโจทก์ในการนำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง
จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ
ระหว่างพิจารณา โจทก์และจำเลยทั้งสองแถลงว่า มูลหนี้ตามเช็คพิพาททั้งสามฉบับโจทก์ได้ฟ้องให้จำเลยทั้งสองชดใช้เงินไว้ในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 745/2540 ของศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยทั้งสองได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความและศาลได้พิพากษาตามยอมคดีถึงที่สุดแล้ว ศาลชั้นต้นงดสืบพยานเนื่องจากคดีพอวินิจฉัยได้แล้ว ตามรายงานกระบวนพิจารณา ลงวันที่ 28สิงหาคม 2541
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งว่า สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 39 จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เมื่อมูลหนี้ตามเช็คพิพาททั้งสามฉบับศาลชั้นต้นได้พิพากษาตามยอมและคดีถึงที่สุดไปแล้ว ผลของสัญญาประนีประนอมยอมความย่อมทำให้สิทธิของโจทก์ที่จะเรียกให้จำเลยทั้งสองชำระเงินตามมูลหนี้ในเช็คพิพาทเป็นอันระงับสิ้นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 852 แม้จำเลยทั้งสองจะไม่ชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้น โจทก์ก็ไม่มีสิทธิที่จะเรียกร้องให้จำเลยทั้งสองรับผิดในมูลหนี้ตามเช็คพิพาทได้อีกดังนั้น หนี้ที่จำเลยทั้งสองได้ออกเช็คพิพาทจึงเป็นอันระงับสิ้นผลไปคดีจึงเป็นอันเลิกกันตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 7 สิทธิของโจทก์ในการนำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 39 แม้ในสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าว ข้อ 4จะระบุเป็นข้อยกเว้นว่า การตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวไม่ถือว่าเป็นการยอมความในคดีอาญาด้วย แต่ข้อตกลงดังกล่าวนั้นมีวัตถุประสงค์ขัดต่อบทบัญญัติกฎหมายโดยชัดแจ้งจึงตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150ที่ศาลล่างทั้งสองให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1762/2543
บริษัท ทวีวงศ์เข็มเจาะ จำกัด โจทก์
นาง ละมัย ศรีพรหม กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัท ทวีวงศ์เข็มเจาะ จำกัด · จำเลย - นาง ละมัย ศรีพรหม กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เรืองฤทธิ์ ศรีวรรธนะ · วิชัย วิวิตเสวี · พลประสิทธิ์ ฤทธิ์รักษา |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ