⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2346/2543

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2346/2543

ป.พ.พ. ม.1480

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลหนึ่งได้ทรัพย์สินมาโดยมีค่าตอบแทน แม้จะทราบว่าทรัพย์สินนั้นอาจเป็นสินสมรสที่ยกให้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่ง หากนิติกรรมการให้ยังไม่ถูกเพิกถอนโดยคำพิพากษาของศาล ผู้รับโอนทรัพย์สินนั้นย่อมมีสิทธิในทรัพย์สินนั้น และผู้ที่อ้างสิทธิในทรัพย์สินนั้นโดยอาศัยสิทธิของคู่สมรสที่ไม่ได้ให้ทรัพย์สินไป อาจถูกจำกัดสิทธิในการฟ้องเพิกถอนนิติกรรมได้หากเกินกำหนดอายุความ.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์และได้จดทะเบียนโอนบ้านเลขที่ 103/9 พร้อมที่ดินโฉนดเลขที่ 21740 ให้แก่โจทก์แทนการชำระหนี้ ถือได้ว่าโจทก์ได้บ้านและที่ดินดังกล่าวมาโดยมีค่าตอบแทน แม้จะฟังตามที่ผู้ร้องทั้งห้าอ้างว่าโจทก์รับโอนมาโดยทราบว่าบ้านและที่ดินดังกล่าวเป็นสินสมรสระหว่างนายวิชัยและ นางเพิ่มสุขจดทะเบียนยกให้จำเลยโดยไม่ได้รับความยินยอมจากนายวิชัยก็ตาม แต่ตราบใดที่ศาลยังไม่ได้เพิกถอน นิติกรรมการให้ระหว่างนางเพิ่มสุขกับจำเลย จำเลยผู้มีชื่อในทะเบียนที่ดินจึงยังคงเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์บ้านและที่ดินดังกล่าว และแม้จะฟังว่านายวิชัยอาจฟ้องให้ศาลเพิกถอนนิติกรรมการให้ระหว่างนางเพิ่มสุขกับจำเลยได้ แต่นับแต่ นางเพิ่มสุขจดทะเบียนยกบ้านและที่ดินดังกล่าวให้จำเลยเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2524 ถึงวันที่ผู้ร้องทั้งห้ายื่นคำร้องแสดงอำนาจพิเศษเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2538 เป็นเวลาเกิน 10 ปี ผู้ร้องทั้งห้าซึ่งเป็นทายาทของนายวิชัยจึงไม่มีสิทธิฟ้อง ขอให้เพิกถอนนิติกรรมการให้ระหว่างนางเพิ่มสุขกับจำเลยได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1480 วรรคสอง การที่ผู้ร้องทั้งห้าอยู่ในบ้านและที่ดินโฉนดเลขที่ 21740 ถือว่าอยู่โดยอาศัยสิทธิของจำเลย ผู้ร้องทั้งห้าจึงเป็นบริวารของจำเลย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1480

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1480 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้จำเลยจดทะเบียนโอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้แก่โจทก์แทนการชำระหนี้ และจำเลยได้จดทะเบียนโอนบ้านพร้อมที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์แล้ว แต่จำเลยและบริวารคงพักอาศัยอยู่ ไม่ยอมขนย้ายออกไปภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันจดทะเบียนโอนให้แก่โจทก์ตามที่ระบุไว้ในสัญญาประนีประนอมยอมความ ศาลชั้นต้นจึงออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีให้จัดการให้โจทก์ เข้าครอบครองบ้านและที่ดินดังกล่าว ผู้ร้องทั้งห้ายื่นคำร้องว่า โจทก์ไม่มีอำนาจบังคับคดีแก่ผู้ร้องทั้งห้า โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า โจทก์เป็นบุคคลภายนอกผู้ได้สิทธิมาโดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริต ผู้ร้องทั้งห้าเป็นบริวารของจำเลย ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งยกคำร้อง และให้ผู้ร้องทั้งห้าใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ ผู้ร้องทั้งห้าอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษายืน ผู้ร้องทั้งห้าฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องทั้งห้าว่า ผู้ร้องทั้งห้าเป็นบริวารของจำเลยหรือไม่ เห็นว่า จำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์และได้จดทะเบียนโอนบ้านเลขที่ ๑๐๓/๙ พร้อมที่ดิน โฉนดเลขที่ ๒๑๗๔๐ ให้แก่โจทก์แทนการชำระหนี้ ถือได้ว่าโจทก์ได้บ้านและที่ดินดังกล่าวมาโดยมีค่าตอบแทน แม้จะฟังตามที่ผู้ร้องทั้งห้าอ้างว่าโจทก์รับโอนมาโดยทราบว่าบ้านและที่ดินดังกล่าวเป็นสินสมรสระหว่างนายวิชัยและ นางเพิ่มสุขและนางเพิ่มสุขจดทะเบียนยกให้จำเลยโดยไม่ได้รับความยินยอมจากนายวิชัยก็ตาม แต่ตราบใดที่ศาลยังไม่ได้เพิกถอนนิติกรรมการให้ระหว่างนางเพิ่มสุขกับจำเลย จำเลยผู้มีชื่อในทะเบียนที่ดินจึงยังคงเป็นเจ้าของกรรมสิทธ์บ้านและที่ดินดังกล่าว และแม้จะฟังว่านายวิชัยอาจฟ้องให้ศาลเพิกถอนนิติกรรมการให้ระหว่างนางเพิ่มสุขกับจำเลยได้ แต่นับแต่นางเพิ่มสุขจดทะเบียนบ้านและที่ดินดังกล่าวให้จำเลยเมื่อวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๒๘ ถึงวันที่ผู้ร้องทั้งห้ายื่นคำร้องแสดงอำนาจพิเศษ เมื่อวันที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๓๘ เป็นเวลาเกิน ๑๐ ปี ผู้ร้องทั้งห้าซึ่งเป็นทายาทของนายวิชัยจึงไม่มีสิทธิฟ้อง ขอให้เพิกถอนนิติกรรมให้ระหว่างนางเพิ่มสุขกับจำเลยได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๘๐ วรรคสอง การที่ผู้ร้องทั้งห้าอยู่ในบ้านและที่ดินโฉนดเลขที่ ๒๑๗๔๐ ถือว่าอยู่โดยอาศัยสิทธิของจำเลย ผู้ร้องทั้งห้าจึงเป็นบริวารของจำเลย ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องของผู้ร้องทั้งห้า และศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษายืนนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องทั้งห้าฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน . ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2346/2543 บริษัทจังหวัดชลบุรี จำกัด โจทก์ นางสาวชูพิชญ์ วีระดีตานนท์ กับพวก ผู้ร้อง นางสาวราศรี วีระดีตานนท์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทจังหวัดชลบุรี จำกัด · ผู้ร้อง - นางสาวชูพิชญ์ วีระดีตานนท์ กับพวก · จำเลย - นางสาวราศรี วีระดีตานนท์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิชัย วิสิทธวงศ์ · พิชัย เตโชพิทยากูล · วินัย ตุลยภักดิ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดชลบุรี - นายประชา งามลำยวง · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นางเปรมใจ กิติคุณไพโรจน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 874/2532ฎีกา 6868/2541ฎีกา 7419/2543ฎีกา 4995-5000/2531ฎีกา 1171/2543ฎีกา 590/2521ฎีกา 4046/2535ฎีกา 3775/2546ฎีกา 8185/2538ฎีกา 9607/2544ฎีกา 2910/2531ฎีกา 386-387/2505ฎีกา 778/2503ฎีกา 3788/2552ฎีกา 8739/2552ฎีกา 1326/2499ฎีกา 277/2558ฎีกา 241/2514ฎีกา 12772/2555ฎีกา 269/2531ฎีกา 1008/2504ฎีกา 831/2525ฎีกา 4071/2558ฎีกา 7680/2551
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา