⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 290/2543

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 290/2543

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำอันเป็นความผิดกรรมเดียวกัน แม้ฐานความผิดจะต่างกัน หากศาลได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ความผิดฐานบุกรุกเข้าไปยึดถือครอบครองที่ดินของรัฐในคดีก่อนกับความผิดตามฟ้องคดีนี้ ระยะเวลาที่เกิดเหตุ สถานที่เกิดเหตุและการกระทำของจำเลยเป็นครั้งเดียวกัน แม้ฐานความผิดจะต่างกันก็เป็นความผิดกรรมเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยในการกระทำความผิดดังกล่าวจนศาลพิพากษาลงโทษคดีถึงที่สุดไปแล้ว สิทธินำคดีอาญามาฟ้อง ย่อมระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (4) โจทก์มาฟ้องจำเลยอีก แม้จะอ้างบทลงโทษตาม พ.ร.บ. แร่ ก็เป็นฟ้องซ้ำ ต้องห้ามตามกฎหมาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.365 พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2510 ม.4 พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2510 ม.17 พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2510 ม.43 พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2510 ม.135

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ทำเหมืองโดยใช้เครื่องมือทำการระเบิดและย่อยหินที่บริเวณที่ดินทำเลเลี้ยงสัตว์ อันเป็นที่ดินของรัฐซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ประชาชนใช้ร่วมกัน รวมเนื้อที่ประมาณ ๑๓๘ ไร่เศษ ซึ่งหิน ทุกชนิดเป็นแร่ชนิดหินประดับหรือแร่ชนิดอุตสาหกรรม ตามกฎกระทรวงฉบับที่ ๗๗ (พ.ศ. ๒๕๓๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. ๒๕๑๐ ลงวันที่ ๘ มีนาคม ๒๕๓๙ ซึ่งได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา และจำเลยได้ทราบแล้ว ทั้งนี้ โดยจำเลยมิได้รับประทานบัตรจากพนักงานเจ้าหน้าที่ อันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. ๒๕๑๐ มาตรา ๔, ๑๗, ๔๓, ๑๓๕ จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. ๒๕๑๐ มาตรา ๔๓, ๑๓๕ จำคุก ๑ ปี จำเลย ให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๖ เดือน จำเลยอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้องหรือรอการลงโทษ ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำหรือไม่ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ในคดีก่อน (คดีหมายเลขแดงที่ ๑๑๒๐/๒๕๔๑ ของศาลจังหวัดสุรินทร์) โจทก์ฟ้องจำเลยข้อหาบุกรุกเข้าไปยึดถือครอบครองที่ดินทำเลเลี้ยงสัตว์ป่าเสมาะเกรียน ป่าปะเลียน ป่าพวงตึก ตำบลประทัดบุ อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ อันเป็นที่ดินของรัฐซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ประชาชนใช้ร่วมกัน เนื้อที่ ๑๓๘ ไร่ ๒๒ ตารางวา โดยเข้าไประเบิดย่อยหินในที่ดิน ดังกล่าว โดยมิได้มีสิทธิครอบครองและมิได้รับอนุญาต กับข้อหาละเว้นไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ ที่สั่งให้หยุดกระทำการระเบิดย่อยหินในที่ดินและออกไปจากที่ดินดังกล่าว จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลพิพากษา ลงโทษจำเลยตามฟ้อง คดีถึงที่สุด ส่วนคดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยในข้อหาทำเหมืองโดยใช้เครื่องมือทำการระเบิดย่อยหิน โดยมิได้รับประทานบัตรจากกพนักงานเจ้าหน้าที่ เห็นว่า ความผิดฐานบุกรุกเข้าไปยึดถือครอบครองที่ดินของรัฐ ในคดีก่อนกับความผิดตามฟ้องคดีนี้ ระยะเวลาที่เกิดเหตุ สถานที่เกิดเหตุและการกระทำของจำเลยเป็นครั้งเดียวกัน แม้ฐานความผิดจะต่างกันก็เป็นความผิดกรรมเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยในการกระทำความผิดดังกล่าวจน ศาลพิพากษาลงโทษคดีถึงที่สุดไปแล้ว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา มาตรา ๓๙ (๔) โจทก์มาฟ้องจำเลยอีกแม้จะอ้างบทลงโทษตามพระราชบัญญัติแร่ก็เป็นฟ้องซ้ำ ต้องห้ามตามกฎหมาย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 290/2543 พนักงานอัยการประจำศาลแขวงสุรินทร์ โจทก์ นายอุดมศักดิ์ สมานทรัพย์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลแขวงสุรินทร์ · จำเลย - นายอุดมศักดิ์ สมานทรัพย์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุมิตร สุภาดุลย์ · ชวลิต ธรรมฤาชุ · สมชัย เกษชุมพล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงสุรินทร์ - นายสาคร ตั้งวรรณวิบูลย์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายตามจิต โสตถิธรรม์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1656/2512ฎีกา 19406/2555ฎีกา 5305/2539ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1124/2496ฎีกา 1715/2545ฎีกา 633/2540ฎีกา 3911/2568ฎีกา 7281/2537ฎีกา 1666/2521ฎีกา 1979/2521ฎีกา 18654/2555ฎีกา 1499/2531ฎีกา 801/2503ฎีกา 3310/2541ฎีกา 34/2521ฎีกา 9083/2544ฎีกา 2379/2565ฎีกา 4541/2550ฎีกา 3107/2533ฎีกา 1386/2521ฎีกา 3789/2532ฎีกา 8404/2540ฎีกา 1020/2525
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา