คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3089/2543
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดที่ต้องได้รับอนุมัติจากเลขาธิการ ป.ป.ส. ตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 จะใช้บังคับเฉพาะกรณีที่เป็นการจับกุมผู้กระทำความผิดตามมาตรา 6 หรือมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวเท่านั้น หากผู้ต้องหาเป็นผู้กระทำความผิดด้วยตนเองโดยตรง การจับกุมไม่ต้องขออนุมัติดังกล่าว
ย่อคำพิพากษา
การจับกุมผู้กระทำความผิดที่ต้องได้รับอนุมัติจากเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดก่อนตามมาตรา 14 แห่ง พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 ต้องเป็นการจับกุมผู้กระทำความผิดตามมาตรา 6 หรือมาตรา 8 แล้วแต่กรณี เมื่อจำเลยเป็นผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดด้วยตนเอง ไม่ใช่ผู้กระทำความผิดตามมาตรา 6 หรือมาตรา 8 ดังกล่าว การจับกุมจำเลยจึงไม่ต้องได้รับอนุมัติจากเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ทั้งคดีนี้มีการสอบสวนโดยชอบแล้ว โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.120 พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ.2519 ม.6 พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ.2519 ม.8 พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ.2519 ม.14 คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ.๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๗ (๕), ๘, ๑๕, ๖๖, ๖๗, ๑๐๒ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๙๑ ริบเฮโรอีนของกลาง
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง, ๖๖ วรรคหนึ่ง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก ๕ ปี ฐานจำหน่ายเฮโรอีน จำคุก ๕ ปี รวมจำคุก ๑๐ ปีลดโทษให้หนึ่งในสามตาม คงจำคุก ๖ ปี ๘ เดือน ริบเฮโรอีนของกลาง
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค ๙ พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า ก่อนการจับจำเลย เจ้าพนักงานตำรวจไม่ได้รับอนุมัติจากเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.๒๕๓๔ มาตรา ๑๔ การจับจำเลยจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องนั้น เห็นว่า การจับกุมผู้กระทำความผิดที่ต้องได้รับอนุมัติจากเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดก่อนตามมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.๒๕๓๔ นั้น ต้องเป็นการจับกุมผู้กระทำความผิดตามมาตรา ๖หรือมาตรา ๘ แล้วแต่กรณี เมื่อจำเลยเป็นผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดด้วยตนเอง ไม่ใช่ผู้กระทำความผิดตามมาตรา ๖ หรือมาตรา ๘ ดังกล่าว การจับกุมจำเลยจึงไม่ต้องได้รับอนุมัติจากเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดดังที่จำเลยฎีกา ทั้งคดีนี้มีการสอบสวนโดยชอบแล้ว โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3089/2543
พนักงานอัยการจังหวัดนราธิวาส โจทก์
นางขนิษฐา กันภัย จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนราธิวาส · จำเลย - นางขนิษฐา กันภัย |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมศักดิ์ เทวรักษ์กุล · ผล อนุวัตรนิติการ · พิชิต คำแฝง |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนราธิวาส - นายไพโรจน์ โปเล็ม · ศาลอุทธรณ์ภาค ๙ - นายสมพันธ์ พันธุสิริ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา