คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3192/2543
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ค่าควบคุมงานที่เกิดขึ้นจากการที่ผู้รับจ้างผิดสัญญา ถือเป็นค่าเสียหายโดยตรงที่ผู้รับจ้างต้องรับผิด ไม่ใช่เบี้ยปรับ
ค่าปรับรายวันตามสัญญาที่มีลักษณะเป็นเบี้ยปรับ ศาลมีอำนาจลดลงได้ และเงินที่ได้รับจากสัญญาค้ำประกันเพื่อเป็นหลักประกันการปฏิบัติงาน ไม่ใช่เงินมัดจำที่ผู้ว่าจ้างจะริบได้เมื่อผู้รับจ้างผิดสัญญา แต่ให้นำไปหักจากค่าเสียหายที่ศาลกำหนดได้
ย่อคำพิพากษา
ค่าควบคุมงานกรณีจำเลยที่ 1 ผู้รับจ้างส่งมอบงานล่าช้ากว่าวันแล้วเสร็จตามสัญญานับแต่เวลาที่ล่วงเลยกำหนดแล้วเสร็จตามสัญญาจนถึงวันที่ผู้รับจ้างส่งมอบงาน และค่าควบคุมงานกรณีที่โจทก์บอกเลิกสัญญากับจำเลยที่ 1 แล้วจนถึงงานแล้วเสร็จบริบูรณ์ จำเลยที่ 1 จะต้องรับผิดตามข้อกำหนดในสัญญา เมื่อได้ความว่าโจทก์ต้องจ้างผู้ควบคุมงานนั้นอีกต่อหนึ่งจนงานแล้วเสร็จจึงเป็นค่าเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้จากการที่จำเลยที่ 1 เป็นฝ่ายผิดสัญญา อันเป็นค่าเสียหายโดยตรงหาได้เป็นเบี้ยปรับไม่
ค่าปรับรายวันตามสัญญาข้อ 19 (1) เป็นค่าเสียหายที่กำหนดไว้ล่วงหน้ามีลักษณะเป็นเบี้ยปรับ ศาลมีอำนาจลดลงได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 383 วรรคหนึ่ง ฉะนั้น เมื่อได้ความว่าโจทก์ได้รับเงินตามสัญญาค้ำประกันของจำเลยที่ 3 แล้ว โดยระบุในสัญญาจ้างข้อ 3 ว่าให้เงินนี้เพื่อเป็นหลักประกันในการปฏิบัติงานรับจ้างของจำเลยที่ 1 ตามสัญญา เงินตามสัญญาค้ำประกันของจำเลยที่ 1 ดังกล่าว จึงไม่ใช่เงินมัดจำที่โจทก์จะริบได้เมื่อจำเลยที่ 1 ผิดสัญญา แต่ถือเป็นส่วนหนึ่งของค่าเสียหายฐานผิดสัญญา จึงนำไปหักจากค่าเสียหายที่เป็นค่าปรับที่ศาลกำหนดให้โจทก์ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์ 1,194,995 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้จำเลยที่ 3 ชำระเงินแก่โจทก์ 311,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ
จำเลยทั้งสามให้การขอให้ยกฟ้อง
ระหว่างพิจารณา โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยที่ 3 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต และให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 3 ออกจากสารบบความ ต่อมาจำเลยที่ 2 ถึงแก่ความตาย โดยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นหมายเรียกนางนงเยาว์ นายสมศักดิ์ นายสมพงษ์ และนายสมโภชน์ ทายาทของจำเลยที่ 2 เข้าเป็นคู่ความแทน ศาลชั้นต้นอนุญาต
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่ยื่นคำแก้อุทธรณ์ จึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ให้
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ค่าควบคุมงานกรณีจำเลยที่ 1 ผู้รับจ้างส่งมอบล่าช้ากว่าวันแล้วเสร็จตามสัญญาในเมื่อโจทก์ต้องจ้างผู้ควบคุมงานนั้นอีกต่อหนึ่งนับแต่วันที่ล่วงเลยกำหนดวันเวลาแล้วเสร็จตามสัญญาจนถึงวันที่ผู้รับจ้างส่งมอบงาน และค่าควบคุมงานกรณีโจทก์บอกเลิกสัญญาแล้ว ในเมื่อโจทก์ต้องจ้างผู้ควบคุมงานนั้นอีกต่อหนึ่งจนงานแล้วเสร็จบริบูรณ์นั้น เป็นค่าเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้ จากการที่จำเลยที่ 1 เป็นฝ่ายผิดสัญญา จึงเป็นค่าเสียหายโดยตรงหาเป็นเบี้ยปรับไม่
สำหรับค่าปรับรายวันตามสัญญาข้อ 19 (1) เป็นค่าเสียหายที่กำหนดไว้ล่วงหน้ามีลักษณะเป็นเบี้ยปรับ ศาลมีอำนาจลดลงเป็นเงินจำนวนพอสมควรได้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 383 วรรคหนึ่ง ฉะนั้นเมื่อได้ความว่าโจทก์ได้รับเงินตามสัญญาค้ำประกันของจำเลยที่ 3 แล้ว โดยระบุในสัญญาจ้างข้อ 3 ว่าให้เงินนี้เพื่อเป็นหลักประกันในการปฏิบัติงานรับจ้างของจำเลยที่ 1 ตามสัญญา เงินตามสัญญาค้ำประกันของจำเลยที่ 1 ดังกล่าว จึงไม่ใช่เงินมัดจำที่โจทก์จะริบได้ เมื่อจำเลยที่ 1 ผิดสัญญา แต่ถือเป็นส่วนหนึ่งของค่าเสียหายฐานผิดสัญญา จึงนำไปหักจากค่าเสียหายที่เป็นค่าปรับที่ศาลได้กำหนดให้โจทก์ได้
พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3192/2543
กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน โจทก์
ห้างหุ้นส่วนจำกัดพงษ์ไทยอำนาจ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัดพงษ์ไทยอำนาจ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ปราโมทย์ ชพานนท์ · สุเมธ ตังคจิวางกูร · ชวลิต ยอดเณร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดอำนาจเจริญ - นายชัยเจริญ ดุษฎีพร · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายเรวัตร อิศราภรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา