⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 348/2543

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 348/2543

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้ประกอบธุรกิจจดทะเบียนชื่อสถานประกอบการให้เหมือนหรือคล้ายกับชื่อสถานประกอบการที่มีชื่อเสียงของผู้อื่น โดยมีเจตนาเพื่ออาศัยชื่อเสียงของผู้อื่น ถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่สุจริต

ย่อคำพิพากษา

โรงแรมแมนดารินที่เมืองฮ่องกงของจำเลยเป็นโรงแรมใหญ่ เริ่มเปิดดำเนินกิจการตั้งแต่ปี 2506 ได้รับความนิยม และมีชื่อเสียง ปี 2510 ได้รับการยกย่องว่าเป็นโรงแรมที่ดีที่สุดอันดับหนึ่งของโลก ส่วนโจทก์นั้นเดิมชื่อ บริษัทควีนส์โฮเต็ล จำกัด ประกอบกิจการโรงแรมใช้ชื่อว่า ควีนส์โฮเต็ล ในกรุงเทพมหานคร ในปี 2508 พ. กรรมการผู้มีอำนาจของโจทก์เคยเดินทางไปเมืองฮ่องกงทุกปี ปีละหลายครั้ง ย่อมต้องรู้จักโรงแรมแมนดารินของเมืองฮ่องกง พ. ประกอบกิจการโรงแรม ย่อมต้องศึกษาและมีความสนใจในกิจการของโรงแรมต่าง ๆ ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับของคนทั่วไปเพื่อนำมาใช้กับโรงแรมของตน โรงแรมควีนส์โฮเต็ล ของโจทก์เปิดดำเนินงานได้เพียง 2 ปี ก็เปลี่ยนชื่อบริษัทเป็นแมนดาริน โฮเต็ล จำกัด และเปลี่ยนชื่อโรงแรมเป็นแมนดารินกรุงเทพ ในปี 2510 ซึ่งตรงกับช่วงเวลาที่โรงแรมแมนดารินที่เมืองฮ่องกงของจำเลยกำลังมีชื่อเสียงและได้รับยกย่องว่าเป็นโรงแรมที่ดีที่สุด ไม่ปรากฏว่าเหตุใดโจทก์จึงเปลี่ยนชื่อใหม่ว่า บริษัทแมนดารินโฮเต็ล จำกัด การตั้งชื่อสถานประกอบการเป็นเรื่องสำคัญมีผลต่อการประกอบกิจการเป็นอย่างมาก ที่โจทก์อ้างว่าเหตุที่โจทก์เปลี่ยนชื่อจาก ควีนส์โฮเต็ล มาเป็นโรงแรมแมนดาริน เพราะผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่เป็นคนมีเชื้อสายจีนและเพื่อให้รู้สึกว่าเป็นการบริการของจีนนั้น ไม่น่าเชื่อถือ เพราะผู้ถือหุ้นของโจทก์ในตอนเริ่มก่อตั้งบริษัทและโรงแรม กับตอนเปลี่ยนชื่อส่วนใหญ่ก็เป็นผู้ถือหุ้นชุดเดียวกัน น่าเชื่อว่าการเปลี่ยนชื่อบริษัทและโรงแรมของโจทก์ให้เหมือนกับชื่อโรงแรมแมนดารินที่เมืองฮ่องกงของจำเลย ก็เพื่อต้องการให้กิจการโรงแรมของโจทก์มีผู้ใช้บริการมากขึ้น กิจการเจริญขึ้น จึงรับฟังไม่ได้ว่า โจทก์ใช้ชื่อและเครื่องหมายบริการคำว่า MANDARIN โดยสุจริต จำเลยจึงมีสิทธิในชื่อและเครื่องหมายบริการคำว่า MANDARIN ดีกว่าโจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.5 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.18 พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 ม.27 พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 ม.35 พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 ม.80

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยถอนคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายบริการ "MANDARIN ORIENTAL" ตามคำขอเลขที่ ๒๒๕๕๐๓ ของจำเลย หากจำเลยไม่ถอน ให้ถือคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศพิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โรงแรมแมนดารินที่เมืองฮ่องกงเป็นโรงแรมใหญ่ เริ่มเปิดดำเนินกิจการมาตั้งแต่ปี ๒๕๐๖ ได้รับความนิยมและมีชื่อเสียงเพิ่มมากขึ้น จนปี ๒๕๑๐ ได้รับการยกย่องว่าเป็นโรงแรมที่ดีที่สุดอันดับหนึ่งของโลก นางสาวเพียงใจ หาญพาณิชย์ เป็นผู้เริ่มก่อการคนหนึ่ง จัดตั้งบริษัทควีนส์ โฮเต็ล จำกัด ประกอบกิจการโรงแรมโดยใช้ชื่อว่า ควีนส์โฮเต็ล ในกรุงเทพมหานคร ในปี ๒๕๐๘ รับว่าเคยเดินทางไปเมืองฮ่องกงทุกปี ปีละหลายครั้ง ย่อมต้องรู้จักโรงแรมแมนดารินของเมืองฮ่องกง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นางสาวเพียงใจจะต้องประกอบกิจการโรงแรม ย่อมต้องศึกษาและมีความสนใจในกิจการของโรงแรมต่าง ๆ ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับของคนทั่วไปเพื่อมาใช้กับโรงแรมของตน โรงแรมควีนส์ โฮเต็ล ของโจทก์เปิดดำเนินงานได้เพียง ๒ ปี ก็ขอจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็นแมนดาริน และเปลี่ยนชื่อโรงแรมเป็น แมนดาริน กรุงเทพ ในปี ๒๕๑๐ ซึ่งตรงกับช่วงเวลาที่โรงแรมแมนดารินที่เมืองฮ่องกงกำลังมีชื่อเสียงและได้รับการยกย่องว่าเป็นโรงแรมที่ดีที่สุด ในรายงานการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของโจทก์ บันทึกไว้ว่า ที่ประชุมลงมติให้เปลี่ยนแปลงชื่อบริษัทเสียใหม่ใช้ชื่อใหม่ว่า บริษัทแมนดารินโฮเต็ล จำกัด โดยไม่ปรากฏเหตุผลว่าทำไมจึงใช้ชื่อนี้ นางสาวเพียงใจซึ่งเบิกความเป็นพยานโจทก์ก็มิได้อธิบายเหตุผลพิเศษของการเปลี่ยนมาใช้ชื่อโรงแรมแมนดาริน เพียงแต่เข้าใจว่าเพราะผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่เป็นคนที่มีเชื้อสายจีน การเปลี่ยนก็เพื่อจะได้ให้ความรู้สึกว่าเป็นการบริการของจีน ผู้ที่เสนอให้ใช้ชื่อนี้เป็นนักเรียนไทยที่เคยไปเรียนที่เมืองเซี่ยงไฮ้ และไม่ทราบว่าเหตุใดจึงเสนอให้ใช้ชื่อนี้ เห็นว่า การตั้งชื่อสถานประกอบกิจการเป็นเรื่องสำคัญ มีผลต่อการประกอบกิจการเป็นอย่างมาก ที่โจทก์นำสืบว่าโจทก์เปลี่ยนชื่อจากควีนส์โฮเต็ลมาเป็นโรงแรมแมนดาริน เพียงเพราะผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่เป็นคนที่มีเชื้อสายจีน และเพื่อให้รู้สึกว่าเป็นการบริการของจีนเท่านั้น นับว่ามีเหตุผลน้อย ไม่น่าเชื่อถือ เพราะผู้ถือหุ้นของโจทก์ในตอนเริ่มก่อตั้งบริษัทและโรงแรม กับตอนเปลี่ยนชื่อส่วนใหญ่ก็เป็นผู้ถือหุ้นชุดเดียวกัน น่าเชื่อว่า การเปลี่ยนชื่อบริษัทและโรงแรมของโจทก์ให้เหมือนกับชื่อโรงแรมแมนดารินที่เมืองฮ่องกงก็เพื่อต้องการให้กิจการโรงแรมของโจทก์มีผู้ใช้บริการมากขึ้น กิจการเจริญขึ้น ข้อเท็จจริงจึงรับฟังไม่ได้ว่า โจทก์ใช้ชื่อและเครื่องหมายบริการคำว่า MANDARIN โดยสุจริต จำเลยจึงมีสิทธิในชื่อและเครื่องหมายบริการคำว่า MANDARIN ดีกว่าโจทก์ ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้น ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นพ้องด้วยในผล? พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 348/2543 บริษัทแมนดารินโฮเต็ล จำกัด (มหาชน) โจทก์ แมนดาริน โอเรียนเต็ล เซอร์วิสเซส บี.วี. จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทแมนดารินโฮเต็ล จำกัด (มหาชน) · จำเลย - แมนดาริน โอเรียนเต็ล เซอร์วิสเซส บี.วี.
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุวัฒน์ วรรธนะหทัย · สมคิด ไตรโสรัส · ยินดี วัชรพงศ์ ต่อสุวรรณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ - นายวัส ติงสมิตร · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1739/1739ฎีกา 1750/2505ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3462/2530ฎีกา 7683/2542ฎีกา 2903/2536ฎีกา 912/2490ฎีกา 7335/2538ฎีกา 1145/2495ฎีกา 1081-1082/2522ฎีกา 8149/2554ฎีกา 935/2549ฎีกา 2987/2517ฎีกา 408/2524ฎีกา 4122/2540ฎีกา 1049/2522ฎีกา 3761-3765/2533ฎีกา 178/2485ฎีกา 1325/2506ฎีกา 5565/2548ฎีกา 960/2485ฎีกา 6302/2547ฎีกา 305/2489ฎีกา 1410/2525
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา