คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3558/2543
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การรวมโทษจำคุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91(2) จะกระทำได้ต่อเมื่อการกระทำผิดของจำเลยทุกคดีมีลักษณะเกี่ยวพันกันจนอาจฟ้องเป็นคดีเดียวกันหรือรวมการพิจารณาพิพากษาเข้าด้วยกันได้ หากการกระทำผิดแต่ละคดีมีวันเวลา สถานที่เกิดเหตุ และพยานหลักฐานต่างกัน การกระทำผิดเหล่านั้นย่อมไม่เกี่ยวพันกัน จึงไม่อาจนำบทบัญญัติดังกล่าวมาใช้บังคับได้
ย่อคำพิพากษา
การรวมโทษของจำเลยทุกคดีแล้วโทษจำคุกทั้งสิ้นต้องไม่เกิน20 ปีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91(2) นั้น จะต้องปรากฏว่าการกระทำผิดของจำเลยทุกคดีมีลักษณะเกี่ยวพันกันจนอาจจะฟ้องเป็นคดีเดียวกันได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 160 วรรคหนึ่ง หรือรวมการพิจารณาพิพากษาเข้าด้วยกันได้ เมื่อปรากฏว่าคดีทั้งสามคดีที่จำเลยขอให้รวมโทษดังกล่าวเป็นคดีที่มีวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุต่างกันอยู่ในเขตอำนาจศาลต่างกัน และพยานหลักฐานก็เป็นคนละชุดกัน การกระทำผิดของจำเลยทั้งสามคดีจึงไม่ได้เกี่ยวพันกันจนอาจจะฟ้องเป็นคดีเดียวกันหรือรวมพิจารณาพิพากษาเข้าด้วยกันได้ แต่เป็นคดีที่มีคำฟ้องและคำพิพากษาต่างสำนวนต่างหากออกไป กรณีไม่ตกอยู่ในบังคับของมาตรา 91(2) แห่งประมวลกฎหมายอาญาจึงไม่อาจรวมโทษของจำเลยทั้งสามคดีดังกล่าวเข้าด้วยกันแล้วคงลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสิ้นไม่เกิน 20 ปี
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยคดีนี้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 รวม 10 กระทง มาตรา 265 รวม 5 กระทง เป็นจำคุกรวม 20 ปี และให้นับโทษต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 6318/2538 ของศาลอาญา
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นนับโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 6318/2538 ของศาลอาญา และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 4420/2541 ของศาลแขวงพระนครใต้ ซึ่งจำเลยถูกพิพากษาลงโทษจำคุกในคดีแรก 20 ปี คดีที่สองจำคุก 18 เดือนติดต่อกันกับคดีนี้ รวมลงโทษจำเลยแล้วไม่เกิน 20 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91(2)
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว เห็นว่า เป็นการนับโทษต่อจากคดีอื่นจึงไม่อาจรวมโทษเหมือนคดีเดียวกันได้ และศาลชั้นต้นจะสั่งสำนวนคดีของศาลอื่นไม่ได้ด้วย คำร้องของจำเลยจึงไม่มีกฎหมายสนับสนุนให้ดำเนินการได้ ให้ยกคำร้อง
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 264, 265 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป และลดโทษให้หนึ่งในห้าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงจำคุก 20 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91(2) และให้นับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 6318/2538 ของศาลอาญา จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาศาลฎีกาพิพากษายืน คดีถึงที่สุดแล้ว ศาลอาญาพิพากษาคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 6318/2538 ว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 251, 252, 264, 265, 268 เรียงกระทงลงโทษทุกกรรมแล้ว คงจำคุก 20 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91(2) จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน คดีถึงที่สุดแล้วและศาลแขวงพระนครใต้พิพากษาคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 4420/2541 ว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264, 268 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษ และลดโทษให้หนึ่งในสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงจำคุก 18 เดือนให้นับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 6318/2538 ของศาลอาญาและคดีนี้
คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จะรวมโทษของจำเลยทั้งสามคดีดังกล่าวเข้าด้วยกัน แล้วคงลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสิ้นไม่เกิน 20 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91(2) ได้หรือไม่ เห็นว่า การรวมโทษของจำเลยทุกคดีแล้วโทษจำคุกทั้งสิ้นต้องไม่เกิน 20 ปีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91(2) นั้นจะต้องปรากฏว่าการกระทำผิดของจำเลยทุกคดีนั้นมีลักษณะที่เกี่ยวพันกันจนอาจจะฟ้องเป็นคดีเดียวกันได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 160 วรรคหนึ่ง หรือรวมการพิจารณาพิพากษาเข้าด้วยกันได้ เมื่อปรากฏว่าคดีทั้งสามคดีที่จำเลยขอให้รวมโทษดังกล่าวเป็นคดีที่มีวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุต่างกัน อยู่ในเขตอำนาจศาลต่างกัน และพยานหลักฐานก็เป็นคนละชุดกัน การกระทำผิดของจำเลยทั้งสามคดีจึงไม่เกี่ยวพันกันจนอาจจะฟ้องเป็นคดีเดียวกันหรือรวมพิจารณาพิพากษาเข้าด้วยกันได้ แต่เป็นคดีที่มีคำฟ้องและคำพิพากษาต่างสำนวนต่างหากออกไป กรณีไม่ตกอยู่ในบังคับของมาตรา 91(2) แห่งประมวลกฎหมายอาญา จึงไม่อาจรวมโทษของจำเลยทั้งสามคดีดังกล่าวเข้าด้วยกัน แล้วคงลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสิ้นไม่เกิน 20 ปี ดังที่จำเลยฎีกาได้ ศาลอุทธรณ์พิพากษามาชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3558/2543
พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์
นาย เกอร์เดียล ราม หรือ กุลเดียล ราม หรือ ฮาร์เดียลซิงค์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - นาย เกอร์เดียล ราม หรือ กุลเดียล ราม หรือ ฮาร์เดียลซิงค์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประชา ประสงค์จรรยา · วินัย วิมลเศรษฐ · สุรพล เจียมจูไร |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ