⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2622/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2622/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การสั่งคำร้องขออนุญาตฎีกาโดยมิได้ส่งให้ผู้พิพากษาซึ่งลงลายมือชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิจารณาว่าสมควรอนุญาตให้ฎีกาหรือไม่ก่อน เป็นการไม่ชอบ

ย่อคำพิพากษา

จำเลยยื่นฎีกาพร้อมคำร้องขออนุญาตฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงโดยระบุ ขอให้ศาลอนุญาตให้ฎีกาโดยมิได้ระบุชื่อผู้พิพากษา แต่พอถือได้ว่าจำเลยประสงค์จะให้ผู้พิพากษาซึ่งลงลายมือชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 4 เป็นผู้พิจารณาอนุญาตให้ฎีกานั่นเอง การที่ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลในศาลชั้นต้น ซึ่งมิใช่บุคคลที่มีอำนาจให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 221 สั่งคำร้องโดยไม่อนุญาตให้ฎีกา และศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกา โดยไม่ปรากฏว่าศาลชั้นต้นส่งคำร้องพร้อมสำนวนความไปให้ผู้พิพากษาซึ่งลงลายมือชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิจารณาว่าสมควรอนุญาตให้ฎีกาหรือไม่ก่อน จึงเป็นการไม่ชอบ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.221

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิจารณารวมกับคดีอีกสำนวนหนึ่ง โดยเรียกจำเลยคดีนี้ว่า จำเลยที่ 2 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 80 ประกอบมาตรา 83 ขณะกระทำความผิดจำเลยที่ 2 อายุ 16 ปีเศษ ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่ง ลงโทษจำเลยที่ 2 ฐานพยายามฆ่าจำคุก 5 ปี ฯลฯ จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาแก้เป็นว่า ลดโทษให้จำเลยที่ 2 หนึ่งในสี่คงจำคุก 3 ปี 9 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 ฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกาผู้พิพากษาหัวหน้าศาล ซึ่งมิใช่ผู้พิพากษาที่พิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้ฎีกาและศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว จำเลยที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ ศาลฎีกามีคำสั่งว่า "พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่งประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2534 มาตรา 124 จำเลยที่ 2 ยื่นฎีกาพร้อมกับคำร้องขออนุญาตฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งแม้คำร้องของจำเลยที่ 2 ดังกล่าว ใช้คำว่าขอให้ "ศาล" อนุญาตให้ฎีกาโดยมิได้ระบุชื่อผู้พิพากษา แต่พอถือได้ว่าจำเลยที่ 2 ประสงค์ให้ผู้พิพากษาซึ่งลงลายมือชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 4 เป็นผู้พิจารณาอนุญาตให้จำเลยที่ 2 ฎีกานั่นเอง การที่ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลในศาลชั้นต้นซึ่งมิใช่บุคคลที่มีอำนาจอนุญาตให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 221 สั่งคำร้องของจำเลยที่ 2 ว่าไม่อนุญาตให้ฎีกา และศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา โดยไม่ปรากฏว่าศาลชั้นต้นได้ส่งคำร้องพร้อมสำนวนความไปให้ผู้พิพากษาซึ่งลงลายมือชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิจารณาว่าสมควรอนุญาตให้จำเลยที่ 2 ฎีกาหรือไม่ก่อน จึงเป็นการไม่ชอบ" ให้ยกคำสั่งผู้พิพากษาหัวหน้าศาลในศาลชั้นต้นที่สั่งไม่อนุญาตให้ฎีกาและยกคำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งไม่รับฎีกา ให้ศาลชั้นต้นส่งคำร้องพร้อมสำนวนความไปให้ผู้พิพากษาซึ่งลงลายมือชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิจารณาว่าสมควรอนุญาตให้จำเลยที่ 2 ฎีกาหรือไม่ แล้วให้ศาลชั้นต้นพิจารณาสั่งฎีกาของจำเลยที่ 2 ตามรูปคดีต่อไป ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2622/2544 พนักงานอัยการประจำศาลเยาวชนและครอบครัว จังหวัดขอนแก่น โจทก์ นาย จงดี บุญชู จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลเยาวชนและครอบครัว จังหวัดขอนแก่น · จำเลย - นาย จงดี บุญชู
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วสันต์ ตรีสุวรรณ · สุวัฒน์ สุขเกษม · สุเมธ ตังคจิวางกูร
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3399/2568ฎีกา 1209/2563ฎีกา 3416/2540ฎีกา 7111/2559ฎีกา 591/2540ฎีกา 568/2528ฎีกา 3578/2538ฎีกา 2186/2550ฎีกา 1689/2566ฎีกา 1746/2524ฎีกา 3937/2553ฎีกา 3213/2522ฎีกา 1613/2547ฎีกา 191/2520ฎีกา 1167/2532ฎีกา 437/2542ฎีกา 8791/2544ฎีกา 1491/2540ฎีกา 745/2534ฎีกา 613/2532ฎีกา 6259/2534ฎีกา 522/2489ฎีกา 656/2506ฎีกา 3844/2565
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ