คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2679/2544
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์โดยอ้างเหตุว่าเพิ่งได้รับสำเนาคำพิพากษาศาลชั้นต้นอันเนื่องมาจากเหตุสุดวิสัย ถือเป็นพฤติการณ์พิเศษที่ศาลอาจมีคำสั่งให้ขยายระยะเวลาได้
ย่อคำพิพากษา
การเรียงอุทธรณ์จะต้องตรวจดูข้อความในคำพิพากษาศาลชั้นต้น เพื่อหาข้อโต้แย้งทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่ศาลชั้นต้นหยิบยกขึ้นวินิจฉัย มิฉะนั้นอาจไม่เป็นคำฟ้องอุทธรณ์ตามกฎหมาย ผู้อุทธรณ์จึงจำต้องมีสำเนาคำพิพากษาศาลชั้นต้นไว้ประกอบการเรียงอุทธรณ์ เมื่อคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ของโจทก์ที่ยื่นต่อศาลชั้นต้นในวันสุดท้ายของระยะเวลาอุทธรณ์ได้อ้างเหตุที่โจทก์ไม่อาจยื่นอุทธรณ์ภายในกำหนดว่า โจทก์ได้ขอคัดคำพิพากษาไว้แล้ว เพิ่งพิมพ์แล้วเสร็จและได้รับในวันนั้น จึงเป็นเรื่องนอกเหนือการบังคับของโจทก์ การที่โจทก์เพิ่งได้รับสำเนาคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่เพิ่งพิมพ์แล้วเสร็จ ถือเป็นกรณีที่มีพฤติการณ์พิเศษ ศาลชอบที่จะขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ให้โจทก์ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 23
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนโจทก์ในสภาพเรียบร้อยใช้การได้ดี หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคา ๑๐๗,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าขาดประโยชน์ ๒๗,๐๐๐ บาท และรายเดือนเดือนละ ๓,๐๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนหรือใช้ราคาแทน ทั้งนี้มีกำหนดให้เรียกได้ไม่เกิน ๒ ปี นับแต่วันพิพากษาโดยศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาให้โจทก์ฟังเมื่อวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๔๒
โจทก์ยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๔๒ อ้างว่า โจทก์ได้ขอคัดคำพิพากษาไว้แล้ว แต่เพิ่งพิมพ์แล้วเสร็จ และได้รับในวันนั้นจึงขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ออกไปอีก ๑ เดือน นับแต่วันครบกำหนด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ไม่มีเหตุตามกฎหมายที่จะขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ ให้ยกคำร้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การเรียงอุทธรณ์จะต้องตรวจดูข้อความในคำพิพากษาศาลชั้นต้น เพื่อหาข้อโต้แย้งทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่ศาลชั้นต้นหยิบยกขึ้นวินิจฉัย มิฉะนั้นอาจไม่เป็นคำฟ้องอุทธรณ์ตามกฎหมาย ผู้อุทธรณ์จึงจำต้องมีสำเนาคำพิพากษาศาลชั้นต้นไว้ประกอบการเรียงอุทธรณ์ ตามคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ของโจทก์ที่ยื่นต่อศาลชั้นต้นในวันสุดท้ายของระยะเวลาอุทธรณ์ ได้อ้างเหตุที่โจทก์ไม่อาจยื่นอุทธรณ์ภายในกำหนดว่า โจทก์ได้ขอคัดคำพิพากษาไว้แล้ว เพิ่งพิมพ์แล้วเสร็จและได้รับในวันนั้น จึงเป็นเรื่องนอกเหนือการบังคับของโจทก์ การที่โจทก์เพิ่งได้รับสำเนาคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่เพิ่งพิมพ์แล้วเสร็จ ถือเป็นกรณีที่มีพฤติการณ์พิเศษ ศาลชอบที่จะขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ให้โจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๓ ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น
พิพากษากลับ อนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์แก่โจทก์ ๑๕ วัน นับแต่วันอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้โจทก์ฟัง.
นางสาวอังคณา สินเกษม ย่อ
นายไพโรจน์ โรจน์อภิรักษ์กุล ตรวจ
นางอัปสร หิรัญบูรณะ ผู้ช่วยฯ/ตรวจ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2679/2544
บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์เกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน)
นายสมหวัง พลประทิน ที่ 1
นายกิ้มฉอย จันทรานุสนธิ์ ที่ 2
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | (มหาชน) - บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์เกียรตินาคิน จำกัด · 1 - นายสมหวัง พลประทิน ที่ · 2 - นายกิ้มฉอย จันทรานุสนธิ์ ที่ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมศักดิ์ เนตรมัย · วิเทพ ศิริพากย์ · ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดราชบุรี - นายสุจินต์ เชี่ยวชาญศิลป์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายชัชวาล บุนนาค |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา