⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3080/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3080/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อพนักงานอัยการได้ยื่นคำขอให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ในคดีอาญาแทนผู้เสียหายแล้ว ผู้เสียหายจะฟ้องเรียกทรัพย์สินหรือราคาแทนนั้นในคดีแพ่งอีกไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 ยักยอกและฉ้อโกงเงินไปจากโจทก์เป็นจำนวน 1,560,375.45 บาท ขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ใช้คืนเงินแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย แต่พนักงานอัยการได้เป็นโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 เป็นคดีอาญาในข้อหายักยอกและฉ้อโกงโจทก์ซึ่งเป็นผู้เสียหายไว้แล้ว โดยมีคำขอให้จำเลยที่ 1 คืนหรือใช้ราคาทรัพย์ให้แก่โจทก์เป็นเงิน 1,226,172.15 บาท ซึ่งเป็นคำขอในส่วนแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาที่พนักงานอัยการฟ้องคดีแทนโจทก์ โจทก์จึงมีฐานะเป็นคู่ความ ในคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญานั้นด้วย เมื่อศาลในส่วนคดีอาญารับคำขอส่วนแพ่งดังกล่าวไว้พิจารณาแล้วย่อมมีผลตาม ป.วิ.พ. มาตรา 173 วรรคสอง (1) จึงต้องห้ามมิให้โจทก์ยื่นคำฟ้องเรียกให้จำเลยที่ 1 รับผิดในเงินจำนวน 1,226,172.15 บาท ต่อศาลอีก จำเลยที่ 1 ต้องรับผิดต่อโจทก์ในจำนวนเงินส่วนที่เกินจากคำฟ้องในคดีอาญาเป็นเงิน 334,203.30 บาท เท่านั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.43 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.173

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ใช้เงิน ๑,๖๗๘,๖๘๖.๑๐ บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงิน ๑,๕๖๐,๓๗๕.๔๕ บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ ๑ ให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ใช้เงิน ๑,๕๖๐,๓๗๕.๔๕ บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ โดยให้จำเลยที่ ๒ ร่วมรับผิดเป็นเงิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ย อัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (วันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๔๒) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงาน พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ยักยอกและฉ้อโกงไปจากโจทก์ ขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ใช้คืนแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยนั้นพนักงานอัยการได้เป็นโจทก์ฟ้องจำเลยที่ ๑ เป็นคดีอาญารวม ๓ คดี ในข้อหายักยอกและฉ้อโกงโจทก์ซึ่งเป็นผู้เสียหายโดยมีคำขอให้จำเลยที่ ๑ คืนหรือใช้ราคาทรัพย์ให้แก่โจทก์เป็นเงินรวม ๑,๒๒๖,๑๗๒.๑๕ บาท ซึ่งเป็นคำขอในส่วนแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาที่พนักงานอัยการฟ้องคดีแทนโจกท์ โจทก์จึงมีฐานะเป็นคู่ความในคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญานั้นด้วย เมื่อศาลในส่วนคดีอาญารับคำขอส่วนแพ่งดังกล่าวได้พิจารณาแล้วย่อมมีผลตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๑๗๓ วรรคสอง (๑) จึงต้องห้ามมิให้โจทก์ยื่นคำฟ้องเรียกให้จำเลยที่ ๑ รับผิดในเงินจำนวน ๑,๒๒๖,๑๗๒.๑๕ บาท ต่อศาลอีก แต่จำเลยที่ ๑ ต้องรับผิดในจำนวนเงิน ส่วนที่เกินจากคำฟ้องในคดีอาญา เป็นเงิน ๓๓๔,๒๐๓.๓๐ บาท เท่านั้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงินแก่โจทก์จำนวน ๓๓๔,๒๐๓.๓๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ . ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3080/2544 บริษัทโรเบิร์ตบ๊อช จำกัด โจทก์ นายวิชัย มิตรสัมพันธ์ดี กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทโรเบิร์ตบ๊อช จำกัด · จำเลย - นายวิชัย มิตรสัมพันธ์ดี กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์ · กมล เพียรพิทักษ์ · หัสดี ไกรทองสุก
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายอรรถพงษ์ กุลโชครังสรรค์ · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5882/2541ฎีกา 2821/2523ฎีกา 2069/2552ฎีกา 256/2507ฎีกา 4141-4142/2565ฎีกา 1206/2533ฎีกา 1397/2494ฎีกา 2204/2535ฎีกา 2410/2523ฎีกา 2622/2516ฎีกา 369/2522ฎีกา 5822/2550ฎีกา 3403/2524ฎีกา 2898/2530ฎีกา 7280/2549ฎีกา 10554/2557ฎีกา 249/2486ฎีกา 1330/2533ฎีกา 1984/2536ฎีกา 2701/2550ฎีกา 2606-2616/2529ฎีกา 292/2486ฎีกา 702/2524ฎีกา 3522/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา