⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 388/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 388/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาบัญชีเดินสะพัดสิ้นสุดลงโดยปริยายเมื่อคู่สัญญาไม่มีการเดินสะพัดทางบัญชีอีกต่อไป และสิทธิเรียกร้องให้ชำระหนี้จะเกิดขึ้นนับแต่วันถัดจากวันสิ้นสุดสัญญาดังกล่าว

ย่อคำพิพากษา

การเบิกเงินเกินบัญชีและเดินสะพัดทางบัญชีไม่ได้กำหนดเวลาและวงเงินไว้ จำเลยเดินสะพัดทางบัญชีมาจนถึงวันที่ 29 มีนาคม 2515 หลังจากนั้นไม่มีการเดินสะพัดทางบัญชี คงมีเพียงรายการดอกเบี้ยที่โจทก์คิดตามสัญญาตลอดมาจนถึงวันหักทอนบัญชีครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2517 แสดงว่า คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายถือว่าสัญญาบัญชีเดินสะพัดสิ้นสุดโดยปริยายในวันที่ 26 ธันวาคม 2517 โจทก์ย่อมบังคับตามสิทธิเรียกร้องให้จำเลยชำระหนี้ได้ตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2517 แล้ว เมื่อโจทก์ฟ้องคดีวันที่ 28 กรกฎาคม 2540 เกินกำหนด 10 ปี คดีจึงขาดอายุความ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.386 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.856 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.859

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 เปิดบัญชีเดินสะพัดประเภทบัญชีเงินฝากกระแสรายวันต่อโจทก์ โดยจำเลยจะสั่งจ่ายเช็คเบิกเงินไปจากบัญชี และจะนำเงินสดหรือเช็คเข้าชำระหนี้หักทอนบัญชี หากโจทก์ผ่อนผันการจ่ายเงินไปก่อน จำเลยยินยอมชำระส่วนที่ผ่อนผันคืนแก่โจทก์และยินยอมให้โจทก์คิดดอกเบี้ยเป็นรายวันหากจำเลยไม่ชำระยินยอมให้โจทก์นำดอกเบี้ยที่ค้างชำระทบเข้าเป็นต้นเงินคิดดอกเบี้ยได้ จำเลยที่ 1 เป็นหนี้เบิกเงินเกินบัญชีรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 487,534 บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินจำนวนดังกล่าว พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 94,889.44 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยทั้งสองจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การว่า มูลคดีเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2511 หรือวันที่ 26 ธันวาคม 2517 เป็นระยะเวลาเกินกว่า 10 ปีแล้ว โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องบังคับให้จำเลยทั้งสองรับผิดชำระเงินจำนวนดังกล่าวอีก ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 487,534 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จากต้นเงินจำนวน 94,889.44 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การเบิกเงินเกินบัญชีและเดินสะพัดทางบัญชีต่อกันมิได้มีกำหนดเวลา อีกทั้งไม่ปรากฏการกำหนดวงเงินไว้ จากรายการแสดงบัญชีปรากฏว่า จำเลยที่ 1 เดินสะพัดทางบัญชีมาจนถึงวันที่ 29 มีนาคม 2515 มียอดหนี้ 64,038.01 บาท หลังจากนั้น ไม่มีการเดินสะพัดทางบัญชี ดังจะเห็นได้จากโจทก์ได้ปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คที่จำเลยที่ 1สั่งจ่ายเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน, 20 กรกฎาคม และวันที่ 15 สิงหาคม 2515 ตามลำดับ และคงมีเพียงรายการดอกเบี้ยที่โจทก์คิดตามสัญญาตลอดมาจนถึงวันหักทอนบัญชีครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2517 ดังกล่าว ซึ่งมียอดหนี้ 94,889.44 บาท พฤติการณ์เช่นนี้ย่อมแสดงให้เห็นได้ว่า คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายถือว่าสัญญาบัญชีเดินสะพัดที่มีต่อกันเป็นอันสิ้นสุดโดยปริยายแล้วในวันที่ 26 ธันวาคม 2517 โจทก์ย่อมบังคับตามสิทธิเรียกร้องให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้ได้ตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2517 แล้ว เมื่อโจทก์ฟ้องคดีวันที่ 28 กรกฎาคม 2540 เกินกำหนด 10 ปี นับแต่วันที่โจทก์อาจบังคับตามสิทธิเรียกร้องได้ คดีจึงขาดอายุความ พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 388/2544 บริษัททิพยสิน จำกัด โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัดธนบุรีแทรกเตอร์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัททิพยสิน จำกัด · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัดธนบุรีแทรกเตอร์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมชาย จุลนิติ์ · ระพินทร บรรจงศิลป · ชวลิต ตุลยสิงห์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่งธนบุรี - นายจิรวัฒน์ กล้าการรบ · ศาลอุทธรณ์ - นายศิริชัย วัฒนโยธิน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 608/2491ฎีกา 1042/2531ฎีกา 3796/2540ฎีกา 1862/2518ฎีกา 5852/2531ฎีกา 472/2526ฎีกา 591/2531ฎีกา 2494/2553ฎีกา 4642/2540ฎีกา 2821/2522ฎีกา 2409/2551ฎีกา 654/2541ฎีกา 8477/2540ฎีกา 1077/2527ฎีกา 6239/2551ฎีกา 763/2484ฎีกา 42/2516ฎีกา 1397/2544ฎีกา 8294/2538ฎีกา 2940/2543ฎีกา 5434/2536ฎีกา 6052/2537ฎีกา 1690/2550ฎีกา 1733/2492
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา