⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 391/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 391/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คดีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นในส่วนโทษกักขังแทนโทษจำคุก เป็นคดีต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นจะอนุญาตให้ฎีกาได้เฉพาะในคดีที่ต้องห้ามฎีกาตามมาตรา 218, 219 และ 220 เท่านั้น จะอนุญาตให้ฎีกาในคดีตามมาตรา 219 ตรี ไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษกักขังจำเลยที่ 1 แทนโทษจำคุกศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จึงเป็นคดีต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ตรีซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 221 ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นจะอนุญาตให้ฎีกาได้เฉพาะในคดีซึ่งต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218,219 และ 220 เท่านั้น จะอนุญาตให้ฎีกาในคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ตรี ไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.221

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 287,83, 33 และริบของกลาง จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 287 (ที่ถูก มาตรา 287(1)) ประกอบด้วยมาตรา 83 จำคุกจำเลยที่ 1มีกำหนด 2 เดือน จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 2 เดือน และปรับ 4,000 บาทจำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 1มีกำหนด 1 เดือน จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 1 เดือน และปรับ 2,000 บาทพิเคราะห์พฤติการณ์จำเลยทั้งสองจากรายงานการสืบเสาะและพินิจแล้วเห็นว่า จำเลยที่ 1 เคยกระทำความผิดมาก่อนแล้ว ยังไม่หลาบจำมากระทำความผิดครั้งนี้อีกโทษจำคุกสำหรับจำเลยที่ 1 จึงไม่เห็นสมควรรอการลงโทษให้แต่เห็นควรให้เปลี่ยนโทษจำคุกสำหรับจำเลยที่ 1 เป็นกักขัง 1 เดือน แทนโทษจำคุก ส่วนจำเลยที่ 2 ไม่เคยกระทำความผิดมาก่อน อีกทั้งเป็นเพียงลูกจ้างของจำเลยที่ 1 สมควรให้โอกาสจำเลยที่ 2 กลับตนเป็นพลเมืองดีโทษจำคุกสำหรับจำเลยที่ 2 จึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ให้จำเลยที่ 2ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก 3 เดือน ต่อครั้ง มีกำหนด 1 ปีและให้กระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์มีกำหนด 24 ชั่วโมงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากจำเลยที่ 2 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบของกลาง จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษกักขังจำเลยที่ 1แทนโทษจำคุก ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ตรีซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 221 ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นจะอนุญาตให้ฎีกาได้เฉพาะในคดีซึ่งต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218, 219 และ 220 เท่านั้น จะอนุญาตให้ฎีกาในคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ตรี ไม่ได้ ดังนั้นที่ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำเลยที่ 1 ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงในคดีนี้จึงเป็นการมิชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย" พิพากษายกฎีกาจำเลยที่ 1 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 391/2544 พนักงานอัยการประจำศาลแขวงนครราชสีมา โจทก์ นาย เฉลิม แสงฤทธิไกร กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลแขวงนครราชสีมา · จำเลย - นาย เฉลิม แสงฤทธิไกร กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กมล เพียรพิทักษ์ · สมชาย พงษธา · จรัส พวงมณี
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3399/2568ฎีกา 1209/2563ฎีกา 3416/2540ฎีกา 7111/2559ฎีกา 591/2540ฎีกา 568/2528ฎีกา 3578/2538ฎีกา 2186/2550ฎีกา 1689/2566ฎีกา 1746/2524ฎีกา 3937/2553ฎีกา 3213/2522ฎีกา 1613/2547ฎีกา 191/2520ฎีกา 1167/2532ฎีกา 437/2542ฎีกา 8791/2544ฎีกา 1491/2540ฎีกา 745/2534ฎีกา 613/2532ฎีกา 6259/2534ฎีกา 522/2489ฎีกา 656/2506ฎีกา 3844/2565
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ