⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4347/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4347/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การมีพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตปฏิรูปที่ดิน มีผลเป็นการเพิกถอนป่าสงวนแห่งชาติในที่ดินแปลงนั้น ก็ต่อเมื่อได้มีการส่งมอบพื้นที่ให้แก่คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินแล้วเท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

พ.ร.บ. การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 มาตรา 26 (4) บัญญัติว่า "ถ้าเป็นที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เมื่อคณะรัฐมนตรีมีมติให้ดำเนินการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมในที่ดินเขตป่าสงวนแห่งชาติส่วนใดแล้ว เมื่อ ส.ป.ก. จะนำที่ดินแปลงใดในส่วนนั้นไปดำเนินการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ให้พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตปฏิรูปที่ดิน มีผลเป็นการเพิกถอนป่าสงวนแห่งชาติในที่ดินแปลงนั้น" ดังนั้น ที่ดินพิพาทเมื่อยังมิได้มีการ ส่งมอบพื้นที่ให้แก่ คณะกรรมการปฏิรูปที่ดิน แม้จะมีพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตปฏิรูปที่ดินออกมาแล้วก็ตาม พระราชกฤษฎีกาดังกล่าวเป็นเพียงการกำหนดขอบเขตของที่ดินที่จะทำการปฏิรูปที่ดินเท่านั้น ไม่ได้มีผลเป็นการเพิกถอนป่าสงวนแห่งชาติ ในทันที พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติยังคงเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติอยู่เช่นเดิม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2518 ม.26 พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 ม.14 พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 ม.31

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองกับพวกตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๗ มาตรา ๔, ๖, ๙, ๑๔, ๓๑, ๓๕ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ ให้จำเลยทั้งสองและบริวารออกไปจาก ป่าสงวนแห่งชาติ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองแต่ให้รอการลงโทษไว้ ๒ ปี และให้จำเลยทั้งสองกับบริวารออกไปจากป่าสงวนแห่งชาติ ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ (ปัจจุบันศาลอุทธรณ์ภาค ๓) พิพากษายกฟ้อง ศาลฎีกาพิพากษากลับให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ต่อมาจำเลยที่ ๒ ยื่นคำร้องว่า มีบทบัญญัติของกฎหมายที่บัญญัติในภายหลังว่าการกระทำของจำเลยที่ ๒ ไม่เป็นความผิดต่อไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒ จึงขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งว่าจำเลยที่ ๒ ไม่เคยต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำความผิด หรือการกระทำของจำเลยที่ ๒ ไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒, ๓ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์และขอทุเลาการบังคับเพราะโจทก์ขอให้ศาลชั้นต้นออกคำบังคับ และศาลชั้นต้นได้ออกคำบังคับเมื่อวันที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๓๘ ซึ่งเป็นเวลาก่อนที่จำเลยที่ ๒ ยื่นคำร้องในคดีนี้ ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี ศาลชั้นต้น มีคำสั่งให้ยกคำร้อง จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ พิพากษายืน จำเลยที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกา วินิจฉัยว่า ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ ๒ ว่า ที่ดินพิพาทถูกเพิกถอนจากการเป็น ป่าสงวนแห่งชาติหรือไม่ โจทก์มีนายสุพรม ทวีเงิน และนายสุปรีชา ศิวารัตน์ เบิกความในทำนองเดียวกันว่า ที่ดินพิพาทอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าภูแลนคาด้านทิศใต้ ตำบลช่องสามสมอ อำเภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ ตามแผนที่ โดยพื้นที่อยู่ในโซนซี ตรงบริเวณที่จุดด้วยหมึกสีแดงไว้ โดยพื้นที่โซนซียังมิได้ส่งมอบให้คณะกรรมการปฏิรูปที่ดิน และยังคงเป็นพื้นที่อนุรักษ์ที่กรมป่าไม้ยังต้องดูแลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๗ ส่วนจำเลยที่ ๒ ไม่มีพยานหลักฐานมาสืบให้เป็นอย่างอื่นเมื่อพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๒๖ (๔) บัญญัติว่า "ถ้าเป็นที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เมื่อคณะรัฐมนตรีมีมติให้ดำเนินการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมในที่ดินเขตป่าสงวนแห่งชาติส่วนใดแล้ว เมื่อ ส.ป.ก. จะนำที่ดินแปลงใด ในส่วนนั้นไปดำเนินการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ให้พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตปฏิรูปที่ดินมีผลเป็นการเพิกถอนป่าสงวนแห่งชาติในที่ดินแปลงนั้น" ดังนั้น ที่ดินพิพาทซึ่งอยู่ในโซนซี เมื่อยังมิได้มีการส่งมอบพื้นที่ให้แก่คณะกรรมการปฏิรูปที่ดิน แม้จะมีพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตปฏิรูปที่ดินออกมาแล้วก็ตาม พระราชกฤษฎีกาดังกล่าวเป็นเพียงการกำหนดขอบเขตของที่ดินที่จะทำการปฏิรูปที่ดินเท่านั้น ไม่ได้มีผลเป็นการเพิกถอนป่าสงวนแห่งชาติในทันที พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ยังคงเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติอยู่เช่นเดิม เมื่อที่๖พิพาทยังคงมีสภาพเป็นป่าสงวนแห่งชาติดังได้วินิจฉัยมาแล้ว คดีจึงไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นของจำเลยที่ ๒ อีกต่อไป เพราะจะไม่ทำให้ผลของคำพิพากษาเปลี่ยนแปลงไป ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ พิพากษามานั้นต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยที่ ๒ ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4347/2544 พนักงานอัยการจังหวัดชัยภูมิ โจทก์ นายพรม สายรื่น กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดชัยภูมิ · จำเลย - นายพรม สายรื่น กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พีรพล จันทร์สว่าง · วิชัย ชื่นชมพูนุท · สุรศักดิ์ กาญจนวิทย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดชัยภูมิ - นายวิเชียร อภิรัตน์มนตรี · ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายเฉลียว พลวิเศษ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6988/2540ฎีกา 3646/2565ฎีกา 8275/2544ฎีกา 1979/2542ฎีกา 2121/2565ฎีกา 4599/2566ฎีกา 2572/2544ฎีกา 1986/2535ฎีกา 5363/2536ฎีกา 2890-2891/2519ฎีกา 4431/2550ฎีกา 5676/2533ฎีกา 7545/2542ฎีกา 3747/2525ฎีกา 527/2532ฎีกา 8113/2546ฎีกา 1627/2552ฎีกา 2149/2523ฎีกา 8249/2555ฎีกา 1696/2544ฎีกา 5278/2537ฎีกา 2914/2524ฎีกา 2402/2534ฎีกา 3587/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา