⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 8249/2555

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8249/2555

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การทำไม้ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ไม่ว่าจะไม้ที่เกิดขึ้นเองหรือมีคนปลูกขึ้นมา ถือเป็นความผิดตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ป่าสงวนแห่งชาติเป็นการกำหนดตามเขตพื้นที่ และไม้ก็หมายถึงไม้ทุกชนิดในเขตป่าสงวนแห่งชาตินั้น โดยไม่ได้จำแนกว่าเป็นไม้ที่เกิดขึ้นเองหรือมีคนปลูกขึ้นมา และการกระทำของจำเลยทั้งสองที่ตัดไม้ยูคาลิปตัสที่ชาวบ้านปลูกเองเป็นความผิดฐานทำไม้ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 14, 31 เพียงตัด ฟัน กาน โค่น ลิด เลื่อย ผ่า ถาก ทอน หรือขุดไม้ที่อยู่ในป่าสงวนแห่งชาติ ถือว่าเข้าลักษณะ "ทำไม้" ตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 4 แล้ว และการที่จำเลยทั้งสองตัดไม้ถึง 35 ท่อน แสดงถึงการตัดไม้จำนวนหลายต้น ดังนั้น ไม่ว่าจะอ้างเช่นใด ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าการกระทำนี้ไม่มีผลให้เป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 ม.4 พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 ม.14 พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 ม.31

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2527 (ที่ถูก 2507) มาตรา 4, 14, 31 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83 และริบของกลาง จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 14, 31 วรรคสอง (ที่ถูก มาตรา 31 วรรคสอง (2)) จำคุกคนละ 2 ปี จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 1 ปี ริบของกลาง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 แผนกคดีสิ่งแวดล้อมพิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาแผนกคดีสิ่งแวดล้อมวินิจฉัยว่า ที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า การกระทำของจำเลยทั้งสองไม่เป็นความผิดตามฟ้องเพราะเจ้าหน้าที่เพิ่งขยายปักหลักเขตให้บริเวณที่เกิดเหตุเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติภายหลังเกิดเหตุคดีนี้ และรถที่ใช้ในการเกษตรเป็นของบุคคลอื่นและจำเลยทั้งสองไม่ได้ใช้ในการกระทำความผิดคดีนี้ เป็นข้อเท็จจริงที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลล่างทั้งสอง จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ส่วนปัญหาข้อกฎหมายที่จำเลยทั้งสองอ้างว่า ไม้ยูคาลิปตัส ชาวบ้านเป็นผู้ปลูกเอง ไม่ใช่ป่าไม้ที่ขึ้นตามธรรมชาติไม่ควรอยู่ในความหมายป่าสงวนแห่งชาติก็ดี การตัดไม้ยูคาลิปตัส กลับจะทำให้งอกขึ้นใหม่หนาแน่นกว่าเดิม เป็นการส่งเสริมไม่ใช่เป็นการทำลายป่าสงวนแห่งชาติก็ดี เห็นว่า ความเป็นป่าสงวนแห่งชาติเป็นการกำหนดตามเขตพื้นที่ และไม้ก็หมายถึงไม้ทุกชนิดในเขตป่าสงวนแห่งชาตินั้น โดยไม่ได้จำแนกว่าเป็นไม้ที่เกิดขึ้นเองหรือมีคนปลูกขึ้นมาและการกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดฐานทำไม้ในเขตป่าสงวนแห่งชาติตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 14, 31 เพียงตัดฟัน กาน โค่น ลิดเลื่อย ผ่า ถาก ทอน ขุดไม้ที่อยู่ในป่าสงวนแห่งชาติ ถือว่าเข้าลักษณะ "ทำไม้" ตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 4 แล้ว และการที่จำเลยทั้งสองตัดไม้ถึง 35 ท่อน แสดงถึงการตัดไม้เป็นจำนวนหลายต้น ดังนั้น ไม่ว่าจะอ้างเช่นใด ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าการกระทำนี้ไม่มีผลให้เป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ ฎีกาข้อนี้ของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8249/2555 พนักงานอัยการจังหวัดร้อยเอ็ด โจทก์ นายสนิท ยุบลศรี กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดร้อยเอ็ด · จำเลย - นายสนิท ยุบลศรี กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วุฒิชัย หรูจิตตวิวัฒน์ · พันวะสา บัวทอง · วรพจน์ วิไลชนม์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด - นายทองพูน ตันอมาตยรัตน์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายบุญชู ทัศนประพันธ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำสว.(อ)86/2553

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6988/2540ฎีกา 3646/2565ฎีกา 8275/2544ฎีกา 1979/2542ฎีกา 2121/2565ฎีกา 4599/2566ฎีกา 2572/2544ฎีกา 1986/2535ฎีกา 5363/2536ฎีกา 2890-2891/2519ฎีกา 5676/2533ฎีกา 7545/2542ฎีกา 3747/2525ฎีกา 527/2532ฎีกา 2070/2523ฎีกา 1627/2552ฎีกา 2149/2523ฎีกา 1696/2544ฎีกา 5278/2537ฎีกา 2914/2524ฎีกา 2402/2534ฎีกา 3587/2530ฎีกา 4643/2540ฎีกา 3063/2535
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา