⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2914/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2914/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำใดๆ ที่เป็นการก่อสร้างหรือแผ้วถางในเขตป่าสงวนแห่งชาติ แม้จะกระทำโดยรับจ้างหรือถูกใช้ให้กระทำ ก็ถือเป็นตัวการในการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และเครื่องมือที่ใช้ในการกระทำความผิดต้องริบตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

การดายหญ้าในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ่คือการก่อสร้างหรือแผ้วถางในเขตป่าสงวนแห่งชาติ แม้จำเลยจะกระทำโดยรับจ้างหรือถูกใช้ให้กระทำ ก็ต้องถือว่าจำเลยเป็นตัวการในการกระทำความผิดนั้นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 หาใช่จะถือว่าผู้รับจ้างไม่มีเจตนาที่จะแผ้วถางป่าไม้ จอบที่จำเลยใช้ในการกระทำความผิด ต้องริบตามมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.32 ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 ม.14 พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 ม.31

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยร่วมกันยึดถือครอบครอง และแผ้วถางป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ขอให้ลดโทษ ริบของกลาง และออกจากป่า จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง ให้ลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสอง ริบของกลาง และให้จำเลยออกจากป่าที่แผ้วถาง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ ๒ ให้รอการลงโทษจำเลยที่ ๑ คือจอบของกลางแก่จำเลยที่ ๒ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องแรกว่า บริเวณที่จำเลยทั้งสองทำการดายหญ้านั้นอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ จำเลยทั้งสองเองก็ยอมรับว่าได้ร่วมกันดายหญ้าอยู่ในที่เกิดเหตุนั้นจริง การที่จำเลยทั้งสองทำการดายหญ้าในเขตป่าสงวนก็คือ การก่อสร้างหรือแผ้วถางในเขตป่าสงวน ซึ่งเป็นการกระทำความผิดตามมาตรา ๑๔, ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๗ นั่นเอง แม้จำเลยจะกระทำโดยรับจ้าง หรือถูกใช้ให้กระทำโดยใครก็ตามก็ต้องถือว่าจำเลยเป็นตัวการในการกระทำความผิดนั้น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๔๓ หาใช่ว่าจะถือว่าผู้รับจ้างไม่มีเจตนาที่จะแผ้วถางป่าดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยไม่ และจอบของกลางที่จำเลยใช้ในการกระทำความผิดก็ย่อมต้องริบตามมาตรา ๓๕ แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๗ อนึ่งตามที่ศาลอุทธรณ์เห็นควรให้รอการลงโทษจำคุกจำเลยที่ ๑ ไว้นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องตามที่โจทก์ฎีกาว่า การทำลายป่าสงวนแห่งชาติเป็นความผิดที่ร้ายแรง ทำให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศชาติอย่างใหญ่หลวง ซึ่งไม่ควรรอการลงโทษให้จำเลยฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่าให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามฟ้อง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2914/2524 พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา โจทก์ นายนุ่ม มีนอก กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา · ล. - นายนุ่ม มีนอก กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทวี กสิยพงศ์ · ธาดา วัชรานันท์ · พินิจ สังขนันท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายสมศักดิ์ กาญจนมา · ศาลอุทธรณ์ - นายประเสริฐ บุญศรี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3646/2565ฎีกา 3345/2535ฎีกา 180/2554ฎีกา 2530/2527ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1270/2506ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1875/2547ฎีกา 729/2483ฎีกา 3578/2531ฎีกา 1979/2521ฎีกา 3237/2543ฎีกา 530/2483ฎีกา 18654/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 7601/2540ฎีกา 239/2484ฎีกา 2936/2543ฎีกา 1/2567ฎีกา 5957/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา