⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6243/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6243/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดในความผิดซึ่งได้ฟ้องแล้ว ย่อมเป็นเหตุให้สิทธิในการนำคดีอาญามาฟ้องในความผิดเดียวกันนั้นระงับไปตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ก่อนที่ผู้เสียหายเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้จำเลยถูกพนักงานอัยการฟ้องต่อศาลแขวง ในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390 และพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43(4),157ซึ่งเป็นการกระทำผิดกรรมเดียวกันกับการกระทำผิดที่โจทก์ฟ้องคดีนี้ และศาลแขวงได้มีคำพิพากษาลงโทษจำเลยตามคำฟ้องแล้วถือได้ว่ามีคำพิพากษาวินิจฉัยเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้องในกรรมที่ได้ก่อให้เกิดความผิดนั้นแล้ว มิใช่หมายถึงฐานความผิดสิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ในคดีนี้ในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 จึงระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(4)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2542 เวลากลางคืนก่อนเที่ยงจำเลยขับรถยนต์รับจ้างส่งผู้โดยสาร (รถแท็กซี่) หมายเลขทะเบียน 1 ม - 1517 กรุงเทพมหานคร ไปตามถนนวิภาวดีรังสิตขาออกมุ่งหน้าไปทางท่าอากาศยานกรุงเทพมีโจทก์เป็นผู้โดยสารนั่งอยู่เบาะด้านหลัง เมื่อถึงบริเวณตรงข้ามท่าอากาศยานกรุงเทพ จำเลยขับรถยนต์ด้วยความเร็วสูงและเปลี่ยนช่องเดินรถไปทางขวามือ ด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวัง เมื่อจำเลยเห็นว่ามีรถแล่นมาในระยะกระชั้นชิดจึงบังคับรถให้มาอยู่ในช่องทางเดิมซึ่งมีเสาตอม่อขนาดใหญ่ขวางอยู่ เป็นเหตุให้รถที่จำเลยขับชนกับเสาตอม่อศีรษะและลำตัวของโจทก์กระแทกกับห้องโดยสารภายในรถได้รับบาดเจ็บจนประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินกว่ายี่สิบวัน โจทก์ได้แจ้งความร้องทุกข์ไว้แล้วแต่พนักงานสอบสวนสรุปเรื่องส่งพนักงานอัยการฟ้องจำเลยในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจซึ่งไม่ตรงกับความเป็นจริงขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 39(4) พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาโดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังยุติว่า เมื่อวันที่ 6 มีนาคม2542 เวลากลางคืนก่อนเที่ยง จำเลยขับรถยนต์รับจ้างส่วนบุคคลด้วยความประมาทชนเสาตอม่อซึ่งกำลังก่อสร้างกลางถนนบริเวณตรงข้ามท่าอากาศยานกรุงเทพเป็นเหตุให้โจทก์ซึ่งโดยสารมากับรถของจำเลยได้รับอันตรายสาหัส โจทก์แจ้งความร้องทุกข์แล้วต่อมาพนักงานอัยการประจำศาลแขวงพระนครเหนือ สำนักงานอัยการสูงสุดฟ้องจำเลยต่อศาลแขวงพระนครเหนือ ในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390 และพระราชบัญญัติการจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43(4), 157 ศาลแขวงพระนครเหนือมีคำพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง คดีถึงที่สุด ตามเอกสารหมาย จ.18 โจทก์จึงฟ้องคดีนี้ ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่า สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ระงับไปตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(4) หรือไม่พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ก่อนที่โจทก์จะฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้จำเลยถูกพนักงานอัยการประจำศาลแขวงพระนครเหนือฟ้องต่อศาลแขวงพระนครเหนือ ในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390 และพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43(4), 157ซึ่งการกระทำของจำเลยตามที่ถูกฟ้องดังกล่าวเป็นการกระทำผิดกรรมเดียวกันกับการกระทำผิดที่โจทก์ฟ้องคดีนี้ และศาลแขวงพระนครเหนือได้มีคำพิพากษาลงโทษจำเลยตามคำฟ้องของพนักงานอัยการโจทก์แล้ว ถือได้ว่ามีการพิพากษาคำฟ้องของโจทก์(พนักงานอัยการ) และมีคำพิพากษาวินิจฉัยเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้องในกรรมที่ได้ก่อให้เกิดความผิดนั้น มิใช่หมายถึงฐานความผิดดังความเข้าใจของโจทก์ เมื่อจำเลยในคดีก่อนและคดีนี้เป็นบุคคลคนเดียวกัน สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ในคดีนี้ จึงระงับไปตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 39(4) คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6243/2544 นายศิริชัย ประสิทธิชัยพานิช โจทก์ นายพายัพ สว่างภัก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายศิริชัย ประสิทธิชัยพานิช · จำเลย - นายพายัพ สว่างภัก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อัธยา ดิษยบุตร · ปรีดี รุ่งวิสัย · สมศักดิ์ เนตรมัย
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2200/2548ฎีกา 769/2532ฎีกา 2891/2565ฎีกา 4752/2545ฎีกา 728/2519ฎีกา 3038/2531ฎีกา 4577/2543ฎีกา 2498/2528ฎีกา 4537/2531ฎีกา 5445/2554ฎีกา 184/2542ฎีกา 4182/2530ฎีกา 1161-1163/2487ฎีกา 2683/2522ฎีกา 3905/2533ฎีกา 5137/2550ฎีกา 999/2499ฎีกา 77/2490ฎีกา 787/2532ฎีกา 7246/2543ฎีกา 4418/2548ฎีกา 958/2518ฎีกา 1182/2494ฎีกา 1808/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา