⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6510/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6510/2544

ป.อาญา ม.80, 276, 277 · ป.วิ.อาญา ม.195, 225, 226 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ลงมือกระทำความผิดแต่ไม่บรรลุผลเพราะเหตุใดก็ตาม ถือเป็นความผิดฐานพยายามกระทำความผิด ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจวินิจฉัยได้เองแม้คู่ความมิได้ยกขึ้นฎีกา

ย่อคำพิพากษา

ผู้เสียหายเบิกความว่าจำเลยข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหาย แต่หลักฐานทางวิทยาศาสตร์เป็นหลักฐานทางวิชาการที่ น่าเชื่อถือและเชื่อได้ว่าจำเลยยังมิได้ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหาย การที่จำเลยพาผู้เสียหายเข้าไปในโรงแรมแล้วกอดปล้ำ ผู้เสียหาย ถอดเสื้อผ้าของผู้เสียหายออกเพื่อจะข่มขืนกระทำชำเราโดยมีเจตนาจะข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหาย อวัยวะเพศของจำเลยคงจะเสียดสีกับอวัยวะเพศของผู้เสียหายจนทำให้เกิดรอยแดงด้านนอกของอวัยวะเพศของผู้เสียหายและหากอวัยวะเพศของจำเลยล่วงล้ำเข้าไปในอวัยวะเพศของผู้เสียหายเยื่อพรหมจารีของผู้เสียหายคงต้องมีร่องรอยฉีกขาด การกระทำของจำเลยเป็นเพียงการลงมือกระทำความผิด แต่กระทำไปไม่ตลอดหรือกระทำไปตลอดแล้วแต่การกระทำนั้นไม่บรรลุผล จึงเป็นเพียงความผิดฐานพยายามข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหาย ปัญหาที่ว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดสำเร็จหรืออยู่ในขั้นพยายามกระทำความผิดเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จำเลยจะมิได้ยกขึ้นฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจขึ้นวินิจฉัยได้เองตามมาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.226 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.243 ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.276 ประมวลกฎหมายอาญา ม.277

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.226 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.243 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 277, 317 จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา นางสุวรรณี มูละ มารดาผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคแรก 317 วรรคสาม การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานข่มขืนกระทำชำเรา จำคุก 6 ปี ฐานพรากผู้เยาว์ จำคุก 5 ปี รวมจำคุก 11 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า ตามวันเวลาเกิดเหตุ จำเลยซึ่งเคยเป็นครูของผู้เสียหายได้พาผู้เสียหายให้ไปพักนอนค้างคืนอยู่ที่โรงแรมลิฟว์อินน์หนึ่งคืน วันรุ่งขึ้นจำเลยพาผู้เสียหายไปส่งเพื่อให้กลับบ้าน ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยมีว่า จำเลยได้กระทำความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายหรือไม่ ผู้เสียหายเบิกความว่าจำเลยข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหาย นายแพทย์ยงยุทธ ภูมิชาติ พยานโจทก์เป็นผู้ตรวจร่างกายผู้เสียหายภายหลังเกิดเหตุและโจทก์ร่วมเบิกความประกอบผลการตรวจชันสูตรบาดแผลของแพทย์ สรุปความเห็นว่า ไม่พบหลักฐานที่เกิดจากการร่วมประเวณี เห็นว่า หลักฐานทางวิทยาศาสตร์เป็นหลักฐานทางวิชาการที่น่าเชื่อถือจากข้อเท็จจริงดังกล่าวจึงเชื่อได้ว่าจำเลยยังมิได้ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหาย แต่การที่จำเลยพาผู้เสียหายเข้าไปในโรงแรมแล้วกอดปล้ำผู้เสียหาย ถอดเสื้อผ้าของผู้เสียหายออกเพื่อจะข่มขืนกระทำชำเรา โดยมีเจตนาจะข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายอวัยวะเพศของจำเลยคงจะเสียดสีกับอวัยวะเพศของผู้เสียหายจนทำให้เกิดรอยแดงด้านนอกอวัยวะเพศของผู้เสียหายและหากอวัยวะเพศของจำเลยล่วงล้ำเข้าไปในอวัยวะเพศของผู้เสียหาย เยื่อพรหมจารีของผู้เสียหายคงต้องมีร่องรอยฉีกขาด การกระทำของจำเลยเป็นเพียงการลงมือกระทำความผิด แต่กระทำไปไม่ตลอดหรือกระทำไปตลอดแล้วแต่การกระทำนั้นไม่บรรลุผล จึงเป็นเพียงความผิดฐานพยายามข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหาย ปัญหาที่ว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดสำเร็จหรือยู่ในขั้นพยายามกระทำความผิดเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จำเลยจะมิได้ยกขึ้นฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคแรก ประกอบมาตรา 80 วางโทษจำคุก 4 ปี เมื่อรวมกับโทษจำคุก 5 ปี ในความผิดฐานพรากผู้เยาว์แล้ว รวมเป็นจำคุก 9 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6510/2544 พนักงานอัยการจังหวัดกระบี่ โจทก์ นางสุวรรณี มูละ โจทก์ร่วม นายจำรูญ นวเวชากูล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดกระบี่ · โจทก์ร่วม - นางสุวรรณี มูละ · จำเลย - นายจำรูญ นวเวชากูล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มงคล ทับเที่ยง · วิเทพ ศิริพากย์ · กุลพัชร์ อิทธิธรรมวินิจ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดกระบี่ - นายศักดิ์ เกียรติชัยศักดิ์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายปกรณ์ วงศาโรจน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1089/2559ฎีกา 2530/2527ฎีกา 7651/2552ฎีกา 4180/2548ฎีกา 19406/2555ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1715/2545ฎีกา 917/2564ฎีกา 1795/2493ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 4225/2559ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 11/2539ฎีกา 1165/2537ฎีกา 635/2485ฎีกา 6344/2551ฎีกา 1141/2506ฎีกา 893/2563
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา